วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
‘พาณิชย์’เสนอแนวคิดใหม่แก้‘ข้าว’ล้นตลาด ผลักดันโครงการ‘ข้าวกล่อง 35 บาท’จำหน่ายผ่าน‘ตู้กดข้าว’ หวังช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินจากเกษตรกร ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
29 มกราคม 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยในงานแถลงข่าว “ทิศทางการดำเนินงานของกรมการค้าภายใน ปี 2569” ว่า สถานการณ์ข้าวของไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะ Over Supply โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ระบุว่า ผลผลิตข้าวของไทยมีปริมาณรวม 23.04 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการเพื่อการบริโภคและการค้าทั้งในและต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 23.50 ล้านตัน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวและต้องอาศัยมาตรการเสริมเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาภาพรวมตลาดข้าวโลก ณ เดือนธันวาคม 2568 พบว่า ปริมาณผลผลิตข้าวทั่วโลกอยู่ที่ 730.74 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการบริโภคและการค้าอยู่ที่เพียง 604.67 ล้านตัน ส่งผลให้ตลาดโลกยังคงเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน ซึ่งกดดันราคาข้าวในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมการค้าภายในจึงเร่งหาแนวทางดูดซับผลผลิตในช่วงที่ข้าวออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนารูปแบบการจำหน่ายข้าวกล่องผ่านตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นช่องทางใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการกระจายสินค้า และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง โดยตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่กล่องละ 35 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของประชาชน
นายวิทยากร ระบุว่า เหตุผลสำคัญที่เลือกใช้ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ แทนการจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนของร้านค้าปลีกสมัยใหม่มีค่า GP ในระดับสูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการตรึงราคาอาหารให้อยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้ และไม่เพิ่มภาระต้นทุนให้กับผู้ผลิตหรือเกษตรกรต้นน้ำ
สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว จะอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนที่เป็นผู้ลงทุนและดำเนินการตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ เช่น ผู้ประกอบการตู้กดข้าว ตู้ผลไม้ หรือตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านระบบโลจิสติกส์และการบริหารต้นทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดหารือกับผู้ประกอบการ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ว่าโครงการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ในส่วนของสถานการณ์ราคาข้าวภายในประเทศ ล่าสุดราคาข้าวยังคงอยู่ในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยข้าวหอมมะลิมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16,500 บาทต่อตัน ข้าวเหนียวอยู่ที่ 11,750 บาทต่อตัน และข้าวขาวอยู่ที่ 7,600 บาทต่อตัน ซึ่งราคาดังกล่าวได้รับผลกระทบทั้งจากภาวะอุปทานส่วนเกินและทิศทางตลาดโลก
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในมองว่า แนวคิดการจำหน่ายข้าวกล่องผ่านตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ ไม่เพียงช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินในระยะสั้น แต่ยังอาจเป็นต้นแบบของการเชื่อมโยงภาคการผลิตกับผู้บริโภคโดยตรง ลดต้นทุนโครงสร้างตลาด และสร้างกลไกใหม่ในการดูแลราคาสินค้าเกษตรในระยะยาว หากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี