‘DIT’เปิดแผนเชิงรุกปี’69 ทำปฏิทินดูแลสินค้าเกษตรนำร่องทุเรียน

‘DIT’เปิดแผนเชิงรุกปี’69 ทำปฏิทินดูแลสินค้าเกษตรนำร่องทุเรียน

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน(DIT) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำปฏิทินสินค้าเกษตรสำคัญ ปี 2569 ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์ม ทุเรียน มังคุด ลำไย หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม โดยได้คาดการณ์ช่วงผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดไว้ครบทุกรายการแล้ว และยังได้เตรียมแผนรับมือล่วงหน้าไว้ 3 ช่วง คือ ก่อนฤดูการเก็บเกี่ยวจะเริ่ม ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก และมาตรการระยะกลางและยาว เพื่อดูแลสถานการณ์ราคาให้กับเกษตรกร

โดยสินค้าที่กำลังเร่งทำแผนรับมือ คือ ทุเรียน เพราะผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด และเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 จะออกมากที่สุด ซึ่งปี 2569 คาดการณ์ผลผลิต 1.78 ล้านตัน เป็นทุเรียนภาคตะวันออก 1.06 ล้านตัน ภาคใต้ 7.2 ล้านตัน ได้เริ่มแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นฤดูกาล คือ การหาแรงงานทดแทนแรงงานกัมพูชา การเข้มงวดเรื่องสารตกค้าง การเตรียมตู้คอนเทนเนอร์รองรับ การประสานด่านชายแดนที่จะส่งทุเรียนเข้าจีน และเตรียมแผนรับมือช่วงรอยต่อทุเรียนภาคตะวันออกและใต้ที่จะออกมาชนกันช่วงเดือนมิถุนายน 2569 โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องล้ง หากบริหารจัดการไม่ดีจะฉุดราคาช่วงต้นฤดูกาลได้


นอกจากนี้ยังได้เตรียมการเรื่องการขนส่งทุเรียนไปจีน ผ่านเส้นทาง R8 R12 R9 ต้องประสานไม่ให้มีการติดขัดหน้าด่าน โดยเฉพาะเส้นทางผ่านจากไทย สปป.ลาว และเวียดนาม เพราะไม่ใช่แค่ทุเรียนไทยที่จะส่งเข้าจีน แต่ยังมีทุเรียนเวียดนามที่ปี 2569 คาดว่าผลผลิตจะออกมากถึง 2 ล้านตัน ที่จะส่งไปแข่งด้วย ส่วนเส้นทาง R3A จากไทยผ่าน สปป.ลาว เข้าคุนหมิง ไม่น่าจะมีปัญหา จะผลักดันเข้าสู่จีนตอนกลาง และจีนตะวันตก และมีแผนที่จะเปิดตลาดใหม่อย่างตะวันออกกลาง ที่จะเน้นการขายทุเรียนแช่แข็ง 

ขณะเดียวกันมีแผนจะโปรโมทเพื่อกระตุ้นการบริโภค ทั้งการจัดเทศกาลวันทุเรียนไทย การสร้างความเชื่อมั่นในการส่งออกทุเรียนตู้แรกเข้าสู่จีน รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีสัดส่วน 25% ส่งออก 75% โดยตั้งเป้าบริโภคในประเทศ 5 แสนตัน ส่งออก 1.28 ล้านตัน จะร่วมมือกับตลาดค้าส่ง นำทุเรียนกระจายไปยังตำบล อำเภอที่ห่างไกล เชิญอินฟลูเอนเซอร์มาไลฟ์สดขายที่ตลาด จัดกิจกรรมโปรโมทให้นักท่องเที่ยวรู้จักและบริโภคทุเรียนไทย เป้าหมายคือจีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลีใต้ 

สำหรับแผนรับมือสินค้าข้าวนั้น ข้าวหอมมะลิไม่มีปัญหาด้านราคา แต่จะสนับสนุนให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้รอขาย ไม่จำเป็นต้องขายทันทีที่เก็บเกี่ยว และจะช่วยผลักดันใช้ช่องทางร้านอาหาร Thai SELECT เป็นช่องทางขาย ส่วนข้าวขาว ข้าวหอมปทุม ข้าวเหนียว มีมาตรการช่วยชะลอการขาย เชื่อมโยงผู้ประกอบการข้าวถุง และช่วงผลผลิตออกมาก จะเข้าไปเปิดจุดรับการเร่งระบายข้าวถุงผ่านหน่วยราชการ ปั๊มน้ำมัน ธงฟ้า และไอเดียใหม่ ซึ่งกำลังร่วมมือกับผู้ประกอบการทำข้าวกล่องราคาประหยัดขายผ่านตู้อัตโนมัติ ตั้งเป้าขายกล่องละ 35 บาท คาดว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2569 น่าจะรู้ว่าทำได้หรือไม่

ในขณะเดียวกันจะเดินหน้าผลักดัน “ข้าวประณีต” โดยจะสร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมมือกับมาสเตอร์เซฟ สายการบิน ในการโปรโมท เชื่อมโยงเข้าสู่โรงแรมและร้านอาหาร ผลักดันเป็นของขวัญเชิงสุขภาพ และจะเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวประณีต ซึ่งรวบรวมมาแล้ว 300 สายพันธุ์ จำนวน 200 กลุ่ม แบ่งเป็น 3 กลุ่มช่วยเหลือ กลุ่ม 1 มีความพร้อมผลิต ตลาด ได้มาตรฐาน จะช่วยหาตลาด ผลักดันส่งออก, กลุ่ม 2 มีข้าว แต่ยังไม่ตรงตามความต้องการตลาด จะช่วยพัฒนาหีบห่อ แบรนด์ การตลาด และกลุ่ม 3 มีข้าว ตั้งใจผลิตข้าว แต่ไม่รู้จะเดินต่อยังไง จะเข้าไปช่วยไปสอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top