100วันรัฐบาลใหม่ จี้รื้อ‘กม.ล้าหลัง’ฉุดชาติถดถอย

100วันรัฐบาลใหม่ จี้รื้อ‘กม.ล้าหลัง’ฉุดชาติถดถอย

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวระหว่างร่วมเวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม (The Rule of Law Special Forum) หัวข้อ “Reinvent Thailand - Reform the Rule of Law” ยกระดับหลักนิติธรรม-ยกเครื่องประเทศไทย ว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข “การคอร์รัปชันเชิงระบบ” และความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงกฎระเบียบที่ล้าสมัย กำลังทำให้โครงสร้างทั้งประเทศ “ถดถอย” จนน่ากังวล จึงต้องเริ่ม “ติดกระดุมเม็ดแรก” ให้ถูกต้อง

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ดังนั้นเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) จึงจัดเวทีเจาะลึกวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย (พท.) , ดร.พรชัย มาระเนตร์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนางเพียงพนอ บุญกล่ำ พรรคประชาชน (ปชน.) ว่าพวกเขามองปัญหาที่ฉุดรั้งประเทศ และมีคำมั่นสัญญาที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านหลักนิติธรรมอย่างไร เพื่อมุ่งสร้างพื้นฐานแห่งความยั่งยืน ด้วยการฝังราก “หลักนิติธรรม” ให้ผู้บริหารประเทศรุ่นต่อไป


“ประเทศไทยมีกฎหมายกว่าแสนฉบับ นับเป็นปัญหาที่ไม่เคยถูกแก้ไขอย่างแท้จริง และสะท้อนให้เห็นต่อเนื่องมาหลายปี จนเกิดการสะสมของปัญหา กลายเป็นต้นทุนแฝง และบั่นทอนผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะเดียวกันกลับเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่ไม่สุจริต ส่งผลให้ประเทศชะงักงัน เสื่อมถอย เพื่อยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศ ผมขอตั้งคำถามต่อพรรคการเมืองว่าหากได้เป็นรัฐบาล ช่วง 100 วันแรกหลังเข้าบริหารประเทศ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร และกฎหมายใดที่จะถูกนำมาปรับปรุงเป็นลำดับแรก” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า เวทีนี้มีความจริงจัง เพราะอนาคตของประเทศอยู่ในมือพวกเราทุกคน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในนามของ กกร. วันนี้เราเห็นพ้องว่าอยากให้ทุกคนอยู่รอด และประเทศต้องอยู่รอด ถึงเวลาที่ไทยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand

“คอร์รัปชัน คือ มะเร็งร้ายของประเทศ ที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Reinvent Thailand จะไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ทั้งประชาชน พรรคการเมือง และทุกภาคส่วนของสังคม” นายเกรียงไกร กล่าว

ด้านนายพรชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดผลักดันกฎหมาย 1 ฉบับในลักษณะกฎหมายแม่บท เพื่อปรับโครงสร้างและทบทวนระบบกฎหมายของประเทศใหม่ทั้งระบบ โดยมุ่งสู่การเป็นระบบ One Stop Service และยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย ในช่วง 100 วันแรกกฎหมายแม่บทดังกล่าวจะถูกผลักดันออกมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

ขณะที่นางเพียงพนอ กล่าวว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมาย โดยมองว่าภาครัฐควรมีบทบาทหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.เป็นพันธมิตรกับภาคส่วนต่างๆ 2.ทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวยและประสานการทำงาน และ 3.เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ “กีโยติน” กฎหมายที่ล้าสมัย นอกจากนี้จำเป็นต้องปรับปรุงระบบการทำงานภาครัฐ ปลดล็อกอุปสรรค และส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน

ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวทางจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ อย่างรอบด้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และนำมาตรฐานสากลมาเป็นกรอบในการกำหนดนโยบาย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบเพื่อป้องกันการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และสร้างกลไกคุ้มครองที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันปัญหาทุนสีเทาและการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top