MTLตั้งเป้าเบี้ยรับรวมโต3% ธุรกิจประกันปี’69ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

MTLตั้งเป้าเบี้ยรับรวมโต3% ธุรกิจประกันปี’69ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยในประเทศที่เกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย ปัจจัยด้านรายได้และกำลังซื้อครัวเรือนที่ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ นอกจากนี้ความเข้าใจของคนที่ยังถือว่าประกันยังไม่ใช่ของจำเป็นอันดับแรกที่จะต้องซื้อ ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจเช่นกัน


สำหรับในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมเติบโต 2-3% จากปี 2568 ที่เติบโต 5% ซึ่งใกล้เคียงกับภาพรวมของอุตสาหกรรม โดยยังคงเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่เร่งขยายตัวเกินกว่าศักยภาพของตลาดและกำลังซื้อของลูกค้า เพื่อรักษาคุณภาพของพอร์ตและมูลค่ากรมธรรม์ในระยะยาว และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ในส่วนของเบี้ยใหม่ ตั้งเป้าเติบโต 10% ใกล้เคียงกับปี 2568 



โดยปี 2569 นี้ บริษัทจะเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม...กับเมืองไทยประกันชีวิต” มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล”


ทั้งนี้ประกันสุขภาพยังเป็นแกนสำคัญในการสร้างการเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะแบบประกันที่หลากหลาย ครอบคลุมความเสี่ยงในหลายรูปแบบ เพราะมองว่าเป็นความต้องการที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆของผู้บริโภค โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้คนตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งบริษัทยังส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันควบคู่ความคุ้มครอง(Preventive Care) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทิศทางที่บริษัทให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบประกันสุขภาพโดยรวม


อย่างไรก็ตามปัจจุบันอัตราการเปลี่ยนแปลงของค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) เติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ธุรกิจประกันไม่สามารถควบคุมได้ โดยในปี 2568  ปรับเพิ่มขึ้น 10% ทำให้การพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์จะต้องมีความสอดคล้องกับค่ารักษาพยาบาลที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะรูปแบบประกันสุขภาพแบบ Co-payment หรือการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลมาใช้ เนื่องจากในปี 2568 มีผู้เอาประกันที่เข้าเงื่อนไขต้องจ่าย Co-payment น้อยมาก ดังนั้นในปี 2569 นี้ที่แนวโน้ม Medical Inflation เชื่อว่ายังสูงขึ้น รูปแบบประกันสุขภาพแบบ Co-payment ก็จะมีความสอดคล้องกับความคุ้มครองในการรักษาพยาบาล และประวัติของผู้เอาประกันแต่ละรายตามความเหมาะสม 


นายสาระ กล่าวว่า ในปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) เติบโตกว่า 10% จากปี 2567 ซึ่งแบบประกัน Investment-Linked  เติบโต 249% และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140%  

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top