‘เงินเฟ้อ’ม.ค.ติดลบ รอรบ.ใหม่กระตุ้นทั้งปีพลิกบวก

‘เงินเฟ้อ’ม.ค.ติดลบ รอรบ.ใหม่กระตุ้นทั้งปีพลิกบวก

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 99.91 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 100.57 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.66 และเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 ลดลงร้อยละ 0.28 จึงเป็นการติดลบต่อ 10 เดือน มีปัจจัยสำคัญจากการปรับลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานตลาดโลก และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลง จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ขณะที่สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก


อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนธันวาคม 2568 พบว่า ลดลงร้อยละ 0.28 อยู่ระดับต่ำอันดับ 7 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 2 จาก 10 ประเทศกลุ่มอาเซียนที่ประกาศตัวเลข สำหรับเฉลี่ยทั้งปี 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลงร้อยละ 0.14 อยู่ระดับต่ำอันดับ 8 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.66 นั้น มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ เช่น หมวดอื่นๆที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 1.66 จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง , ของใช้ส่วนบุคคล , ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ ค่าเช่าบ้าน รถยนต์ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ เป็นต้น

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.92 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ เช่น ผักสด , อาหารสำเร็จรูป อาทิ กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา , เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต และผลิตภัณฑ์น้ำตาล อาทิ ขนมหวาน ไอศกรีม อย่างไรก็ตามมีสินค้าหลายรายการราคาลดลง เช่น ผลไม้สด อาทิ ส้มเขียวหวาน มะม่วง มังคุด กล้วยน้ำว้า องุ่น มะพร้าวอ่อน , ข้าวสารเหนียว , ไข่ไก่ และเนื้อสุกร เป็นต้น 

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 0.60 เร่งตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือนธันวาคม 2568 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.59

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง มีปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ประกอบกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า 2.ภาครัฐปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย 3.การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และ 4.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น

ส่วนปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่ 1.ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า และ 2.ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569 ด้วยปัจจัยดังกล่าว จึงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 0.0 - 1.0 ค่ากลางร้อยละ 0.5

“แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาสแรกปีนี้ น่าจะยังติดลบร้อยละ 0.43 จากนั้นจะขยับเป็นบวก โดยไตรมาส 2 , 3 และ 4 บวกร้อยละ 0.38 , 0.90% และ 1.15% ปัจจัยที่มีผลต่อเงินเฟ้อคือราคาพลังงาน และราคาผักสด ที่คาดว่าปีนี้จะสูงขึ้นจากคาดการณ์จะแล้งกว่าปีก่อน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะออกมาทันทีหลังตั้งรัฐบาลแล้ว และมีผลต่อเงินเฟ้อในครึ่งปีหลังเป็นบวก” น.ส.ณัฐิยา กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top