วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯแจ้งวัฒนะ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมแถลงผลการตรวจค้นและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยเป็นผลจากการยกระดับมาตรการปราบปรามเชิงรุก เพื่อกวาดล้างสินค้าละเมิดฯ และตัดวงจรเครือข่ายการกระทำผิด ตอกย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการจัดการปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างหนักแน่นในการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยประเด็นทรัพย์สินทางปัญญามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนการเจรจาการค้าของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก
โดยที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างใกล้ชิด ทั้งในเชิงป้องกัน ปราบปราม และขยายผลไปยังเครือข่ายการกระทำผิดอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิผลในเชิงป้องปรามยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการจัดการกับแหล่งต้นตอของสินค้าละเมิดฯ และผู้กระทำความผิดรายใหญ่ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เจ้าของสิทธิ และผู้ประกอบการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงต้นเหตุได้อย่างแท้จริง
ล่าสุด ในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้กว่า 48,000 รายการ ซึ่งเป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง อาทิ Louis Vuitton, Dior, Chanel, Celine, Versace, Gucci, Hermes, Loewe และ Prada เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทรองเท้า (26,620 รายการ) เสื้อผ้า (17,777 รายการ) กระเป๋า (2,464 รายการ) รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลไปสู่การจับกุมแหล่งผลิต แหล่งกระจายสินค้า รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปิดช่องทางการกระทำผิดและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ ผลการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมปี 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมศุลกากร สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดทั่วประเทศ 1,180 คดี ยึดของกลางได้กว่า 3.5 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1,175 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่าจำนวนของกลางมีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 และความเสียหายเพิ่มขึ้นร้อยละ 64 ขณะที่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ทั้ง 4 หน่วยงานได้ยกระดับมาตรการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง สามารถจับกุมคดีละเมิดฯ รวม 118 คดียึดของกลางรวม 390,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 92 ล้านบาท
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน การคุ้มครองดูแลเจ้าของสิทธิและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใส เป็นธรรม โดยทุกหน่วยงานจะเดินหน้าทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกวาดล้างและตัดวงจรการกระทำผิด โดยเฉพาะผู้กระทำความผิดรายใหญ่และเครือข่ายข้ามชาติ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในการระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดดิจิทัล นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชน เพื่อปลูกจิตสำนึกในการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สร้างแรงจูงใจในการเลือกใช้สินค้าที่ถูกกฎหมาย และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดในทุกรูปแบบในระยะยาว
การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนทำลายความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมาประเทศไทยยังคงถูกจับตามองจากประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่หยิบยกประเด็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำเนินนโยบายด้านการค้า ทั้งนี้ ตามรายงาน Notorious Markets ประจำปี 2568 ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) แม้ไม่ปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ของไทย แต่ยังคงระบุรายชื่อศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานครอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง อย่างไรก็ดี ในรายงานดังกล่าว USTR ได้สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการปราบปรามการละเมิดฯ ของไทย โดยเฉพาะการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการยกระดับมาตรการบังคับใช้กฎหมายและกดดันผู้กระทำละเมิดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญต่อการประเมินสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในระยะต่อไป
นายวุฒิไกร กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง สอดรับกับมาตรฐานสากล และเป็นหมุดหมายของการค้าการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และเคารพกฎกติกาทางการค้าที่เป็นธรรม ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี