วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (912,567 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่ร้อยละ 9.9 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 11.0 แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น ทั้งนี้ การส่งออก 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 15.8
มูลค่าการค้ารวม
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9.9 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 31.8 ดุลการค้า ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.0 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 30.5 ดุลการค้า ขาดดุล 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 912,567 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.3 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,013,733 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20.6 ดุลการค้า ขาดดุล 101,166 ล้านบาท ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,893,312 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.7 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 2,111,178 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 19.1 ดุลการค้า ขาดดุล 217,866 ล้านบาท
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 5.7 (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 3.6 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.7 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 4.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อิตาลี และเยอรมนี) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 62.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 9.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 271.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา) ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัวร้อยละ 26.2 หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินเดีย ตุรกี และปากีสถาน) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 13.5 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เมียนมา และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และลาว) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 19.1 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย) น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 53.0 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เมียนมา และปาปัวนิวกินี) เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 19.3 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดเวียดนาม จีน และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์) และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 20.8 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และฮ่องกง) ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 3.8
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 13.3 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 49.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน และสิงคโปร์) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 6.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 217.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และเม็กซิโก) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 28.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฮ่องกง) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 47.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์) เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขยายตัวร้อยละ 251.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเนเธอร์แลนด์) ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัวร้อยละ 30.0 หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดอินเดีย สหรัฐฯ และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดฮ่องกง เยอรมนี และญี่ปุ่น) เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 4.4 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดจีน อินเดีย และฟิลิปปินส์) เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัวร้อยละ 23.9 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น เมียนมา และออสเตรเลีย แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสหรัฐฯ) เคมีภัณฑ์ หดตัวร้อยละ 6.9 หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดอินเดีย จีน และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย เบลเยี่ยม และเมียนมา) ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3
ตลาดส่งออกสำคัญ
การส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีในหลายตลาดสำคัญ โดยมีกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสาร เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในตลาดสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอาเซียน(5) ขณะที่ตลาดจีนได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตร อาทิผลไม้สดและผลิตภัณฑ์ยาง ขณะเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนความต้องการสินค้าอาหารในตลาดตะวันออกลาง ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 16.6 โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ร้อยละ 40.5 จีน ร้อยละ 0.4 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9.7 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 20.6 และอาเซียน (5)ร้อยละ 17.8 ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV ร้อยละ 11.4 (2) ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 3.3 โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 8.6 ตะวันออกกลาง ร้อยละ 19.4 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 25.6 ทวีปแอฟริกา ร้อยละ 20.4 และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 27.2 ขณะที่หดตัวในตลาดรัสเซียและ CIS ร้อยละ 30.1 และเอเชียใต้ ร้อยละ 26.1 (3) ตลาดอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 60.6
ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 40.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 29 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 41.8
ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 0.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 16.7
ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 9.7 (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่นเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และยางพารา ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 6.1
ตลาดสหภาพยุโรป(27) ขยายตัวร้อยละ 20.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ และเลนซ์ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 19.2
ตลาดอาเซียน(5) ขยายตัวร้อยละ 17.8 (ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเม็ดพลาสติก ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 24.0
ตลาด CLMV หดตัวร้อยละ 11.4 (หดตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย และเครื่องดื่ม สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 10.0
ตลาดเอเชียใต้ หดตัวร้อยละ 26.1 (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ น้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์พลาสติก ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 8.8
ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 8.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าสำคัญ
ที่หดตัว เช่น เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 49.3
ตลาดตะวันออกกลาง ขยายตัวร้อยละ 19.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 16.7
ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 20.4 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 8.8
ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 25.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ยางพารา และเครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 19.9
ตลาดรัสเซียและกลุ่ม CIS หดตัวร้อยละ 30.1 (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 16.3
ตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัวร้อยละ 27.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 18.9
แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป
แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี