ไทยเร่งปิดดีลFTA ตั้งทีมฉก.แก้เกม‘ภาษีสหรัฐ’

ไทยเร่งปิดดีลFTA ตั้งทีมฉก.แก้เกม‘ภาษีสหรัฐ’

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

   นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงแผนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของไทย ปี 2569 ว่า กรมจะเร่งผลักดัน FTA ที่ค้างอยู่ คือ FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) , ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2569 สำหรับ FTA ที่ไทยได้ลงนาม 3 ฉบับ กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) และภูฏาน อยู่ระหว่างกระบวนการภายใน ตั้งเป้าให้มีผลใช้บังคับภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 สำหรับ FTA กับศรีลังกา ขณะนี้ศรีลังกาอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภายในประเทศ เพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับ กรมยังให้ความสำคัญกับการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย และ FTA ไทย-เปรู ตั้งเป้าให้สรุปผลการเจรจาภายในปี 2569

   นางสาวโชติมา กล่าวว่า กรมยังเร่งปิดดีลความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) หากแล้วเสร็จจะถือเป็นความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก ที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดและฐานการผลิตของอาเซียนสู่การค้าดิจิทัล โดยอาเซียนมีกำหนดจัดการประชุมรอบสุดท้ายต้นเดือนเมษายนนี้ ตั้งเป้าให้กระบวนการทุกอย่างแล้วเสร็จ เพื่อให้ลงนามความตกลง DEFA ได้ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์


“สำหรับการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งคณะทำงานเตรียมการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ แนวทางเตรียมการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐอเมริกา รวมถึงเตรียมการหารือและแก้ไขปัญหากรณีสหรัฐอเมริกาประกาศเปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ของ Trade Act of 1974 ซึ่งไทยมีกำหนดต้องจัดส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าระบบไต่สวนของสหรัฐอเมริกา ภายในวันที่ 15 เมษายน 2569” นางสาวโชติมา กล่าว

   นางสาวโชติมา กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในกรอบอาเซียน ไทยได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยได้หารือแนวทางการรับมือกับความเสี่ยงและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิหร่าน และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงาน เส้นทางการขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานโลกมีความผันผวน โดยอาเซียนได้ประกาศ “แถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของอาเซียนเพื่อตอบสนองต่อพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน”

   ทั้งนี้ อาเซียนจะร่วมกันรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เป็นตลาดที่เปิดกว้างต่อการค้า การลงทุน และสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีจากสถานการณ์ความผันผวนและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้อาเซียนโดยเฉพาะไทยควรเน้นย้ำบทบาทในฐานะ “ภูมิภาคที่ไว้วางใจได้” สำหรับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก โดยแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนระบบการค้าที่เปิดกว้างตามกติกา การมีเศรษฐกิจภายในภูมิภาคที่เข้มแข็ง รวมถึงมีกลไกที่รองรับการค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะกรอบความตกลง DEFA ที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดและฐานการผลิตของอาเซียนสู่การค้าดิจิทัลและช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อภูมิภาค

   ทั้งนี้ ปี 2568 การค้าของไทยกับ 18 ประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่า 404,963.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนร้อยละ 59.2 ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ค้า FTA มูลค่า 183,897.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากประเทศคู่ค้า FTA มูลค่า 221,066.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการค้ารวมของไทยกับโลก ในปี 2568 มีมูลค่า 684,578.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 12.9 โดยการส่งออกของไทย มีมูลค่า 339,635.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า มีมูลค่า 344,943.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top