วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้มีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.โดยที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะเป็นวาระที่จะช่วยสานต่อแนวทางการดูแลผู้ให้บริการและป้องกันประชาชนจากการเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งวาระการอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อให้บริการโทรทัศน์
สำหรับแนวทางการกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบให้กำหนดแนวทางในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดังนี้ 1.ให้สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบการดำเนินการตามเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการตั้งสถานีวิทยุคมนาคมสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณชายแดน ตามมติ กสทช. ครั้งที่ 11/2568 หากกรณีตรวจสอบพบสถานีวิทยุคมนาคมใด ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใด กสทช.อาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมฯ ต้องดำเนินการติดตั้ง small cell ให้แล้วเสร็จในพื้นที่ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีฯ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการของประชาชนตามเดิม
2.เห็นชอบให้กำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาตเพิ่มเติมให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยต้องควบคุมไม่ให้สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ล้ำข้ามเขตแดนของประเทศไทย อันเป็นเหตุให้ถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งมติ กสทช. ตามข้อความข้างต้น ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อนำไปปฏิบัติ
ทั้งนี้ หากพบว่าสัญญาณล้ำข้ามเขตแดนประเทศไทย และก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานจะดำเนินการตามมาตรการทางปกครอง ตั้งแต่การเตือน เปรียบเทียบปรับ การพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป
ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่เสนอขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เพิ่มเติมอีก 7 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการส่งเสริมการเรียนเทคโนโลยี AioT ในโรงเรียน งบประมาณ 9,702,038 บาท 2.โครงการศึกษาแนวทางในการยกระดับการสื่อสารทางทะเล งบประมาณ 10,325,125.50 บาท 3.โครงการพัฒนาเครือข่ายโทรเวชกรรมเพื่อการวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร งบประมาณ 14,526,694.50 บาท
4.โครงการนำร่องการอบรมครูระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในเขตพื้นที่ USO NET งบประมาณ 6,403,629 บาท 5.โครงการสร้างแรงจูงใจและพัฒนาเยาวชนให้มีศักยภาพด้านทักษะดิจิทัล งบประมาณ 11,965,896 บาท 6.โครงการเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวงและร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ งบประมาณ 7,935,253.75 บาท 7.โครงการสร้างความตระหนักรู้ และการเข้าถึงสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม งบประมาณ 10,208,859.30 บาท
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบและอนุญาตให้บริษัท สุขทรรศน์ จำกัด ประกอบกิจการช่องรายการ SHOP CHANNEL โดยให้การกำหนดอายุใบอนุญาตเป็นไปตามผลการพิจารณาประวัติการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี