‘ส.อ.ท.’อึ้ง‘ภท.’โกยสส.เกินคาด หนุนตั้งรัฐบาล 300 เสียง สร้างเสถียรภาพ-ปราบทุจริต-แก้ศก.

‘ส.อ.ท.’อึ้ง‘ภท.’โกยสส.เกินคาด หนุนตั้งรัฐบาล 300 เสียง สร้างเสถียรภาพ-ปราบทุจริต-แก้ศก.

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.33 น.

‘ส.อ.ท.’อึ้ง‘ภท.’โกยสส.เกินคาด หนุนตั้งรัฐบาล 300 เสียง สร้างเสถียรภาพ-ปราบทุจริต-แก้ศก.

9 กุมภาพันธ์ 2569 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ตนยอมรับว่าผลการเลือกตั้งออกมา “หักปากกาเซียน” เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะจำนวน สส.ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งมีตัวเลข เกือบ 200 เสียง สูงกว่าที่เคยประเมินกันไว้ก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ภาคธุรกิจและหลายฝ่ายรับรู้ตรงกันว่าจำนวน สส. ของพรรคภูมิใจไทยน่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 150-160 เสีย งแต่ผลที่ออกมากลับสูงกว่านั้นมาก และสวนทางกับการคาดการณ์ของโพล และกระแสข่าวในช่วงก่อนเลือกตั้ง


นายเกรียงไกร กล่าวว่า “จิ๊กซอว์” สำคัญที่ทำให้เรตติ้งและคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งภาคธุรกิจเอกชนมองว่าเกิดจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน โดยประเด็นแรกคือกระแสชาตินิยม ที่มีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังเป็นผลจากภาพรวมของสถานการณ์ทางการเมือง

นอกจากนี้ภาคธุรกิจยังมองว่า พรรคภูมิใจไทยในช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในการทำงานด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง ดึงบุคคลจากภายนอกซึ่งมีประสบการณ์และโปรไฟล์ที่ดี เข้ามาทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ถือเป็นมิติใหม่และวิธีการทำงานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในสายตาภาคธุรกิจ

“ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างภาพใหม่ของการเมืองไทย แม้จะยังไม่ได้มีทีมเศรษฐกิจครบทุกกระทรวง แต่เพียงแค่การเปิดตัวบุคลากรหลัก ก็สามารถสร้างความตื่นตัวและความหวังให้กับประชาชนและนักลงทุนได้แล้ว ขอฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า การได้รับเสียงสนับสนุนในระดับสูงเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะจะช่วยให้รัฐบาลผสมมี เสถียรภาพทางการเมือง หากสามารถรวมเสียงได้เกิน 300 เสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญอย่างมาก” นายเกรียงไกร กล่าว

นอกจากนี้ภาคธุรกิจเห็นว่าการได้พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้นำรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นจุดแข็ง เนื่องจากมี ความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยได้เปิดเวทีให้ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าร่วมให้ความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการผลักดันโครงการลักษณะ Quick Win ที่เน้นผลลัพธ์ระยะสั้นและเห็นผลจริง

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังเสนอว่า หากมีโอกาสควรเสริมทีมในบางกระทรวงเศรษฐกิจให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยเพิ่มบุคลากรที่เป็นมืออาชีพและตรงกับงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีพลังมากขึ้น ไม่ใช่ได้มาเพียงครึ่งทีมหรือบางส่วนเท่านั้น

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ปี 2569 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง ทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก โดยหลายสำนัก รวมถึง IMF คาดการณ์อัตราการเติบโตของไทยไว้เพียงราว 1.6% ทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุด รวมถึงการปราบปรามคอร์รัปชัน ต้องถูกยกเป็นธงหลักควบคู่กันไป เนื่องจากคอร์รัปชันเปรียบเสมือน “รูรั่ว” ที่ดูดงบประมาณและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกไปจนไม่เกิดผลอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันเศรษฐกิจใต้ดินของไทยมีสัดส่วนสูงถึงราว 48-52% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

“เพราะฉะนั้นถ้ารัฐจะใส่เงินงบประมาณเข้าไป แต่ถ้าไม่ปราบคอร์รัปชัน เศรษฐกิจก็ไม่เกิด ซึ่งเศรษฐกิจใต้ดินมีมากถึง 48% การขอใบอนุญาตยุ่งยาก ซับซ้อน ต้นทุนแฝง สินค้าราคาถูกไม่มีคุณภาพทะลักเข้ามาทุกทิศทุกทาง ร้านค้าปิดกิจการกันหมด อีกไม่นาน SMEs จะยิ่งปิดตัวระนาว” นายเกรียงไกร กล่าว

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top