ส่งออกอัญมณีปี’68 โต 41.33% GIT ชี้แรงเก็งกำไรราคาดันทองคำพุ่ง

ส่งออกอัญมณีปี’68 โต 41.33% GIT ชี้แรงเก็งกำไรราคาดันทองคำพุ่ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือนธันวาคม 2568 มีมูลค่า 732.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 26.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลับมาลดลงครั้งแรก หลังจากที่ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,838.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 27.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการส่งออกรวมทั้งปี 2568 (มกราคม-ธันวาคม 2568) ไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 13,586.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.33% จากปีก่อน หากรวมทองคำ มีมูลค่า 26,593.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 44.75% จากปีก่อน

ทั้งนี้การส่งออกเฉพาะทองคำ ในเดือนธันวาคม 2568 มีมูลค่า 1,106.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 148.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเก็งกำไรราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการอ่อนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก และความไม่แน่นอนของนโยบายหลายประเทศ โดยส่งผลให้ทั้งปี 2568 การส่งออกทองคำมีมูลค่าสูงถึง 13,006.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 48.51% จากปีก่อน และมีสัดส่วน 48.91% ของการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด


สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ พบว่า ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 5.23% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 12.35% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มขึ้น 111.84% สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 33.99% อิตาลี เพิ่มขึ้น 8.33% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 16.62% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 2.77% ส่วนสหรัฐอเมริกา ลดลง 0.71% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนไปหน้านี้ และเบลเยียม ลดลง 19.37%

ส่วนการส่งออกสินค้า เครื่องประดับเงิน เพิ่มขึ้น 31.56% เครื่องประดับทอง เพิ่มขึ้น 15.25% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่มขึ้น 601.77% แพลทินัม เพิ่มขึ้น 369.33% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่มขึ้น 8.48% เครื่องประดับเทียม เพิ่มขึ้น 10.14% ขณะที่ พลอยก้อน ลดลง 2.71% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลดลง 13.06% เพชรก้อน ลดลง 41.86% เพชรเจียระไน ลดลง 20.99%

นายสุเมธ กล่าวว่า ในปี 2569 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ประมาณการ GDP โลกที่ 3.1-3.3% และมีความท้าทายจากความผันผวนของระบบการค้าโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายกีดกันทางการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะกดดันการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ส่วนแรงหนุนการส่งออก มาจากการเจรจาการค้า และความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่จะช่วยเปิดประตูการค้าใหม่ให้กับผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคการค้าและเพิ่มโอกาสในการส่งออก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนการจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศ และช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ไทยในระดับสากล

ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรเร่งปรับตัวด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารต้นทุน และกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานจากความผันผวนของโลจิสติกส์และวัตถุดิบ และควรเฝ้าระวังความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงนโยบายการค้าโลก ซึ่งอาจจะกระทบต่อการส่งออกและการลงทุน พร้อมทั้งเตรียมรับแรงกดดันจากมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินและต้นทุนทางการเงินโดยรวม ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะต่อไป

“นอกจากนี้ความผันผวนรุนแรงของราคาทองคำและโลหะมีค่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเรื่องของต้นทุนการผลิตและราคา การปรับตัวจากการขายตามน้ำหนัก มาเป็นการขายคุณค่าและนวัตกรรม จะช่วยให้อัญมณีและเครื่องประดับไทยยังคงเปล่งประกายได้ในเวทีการค้าโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน”นายสุเมธ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top