TFM ทำกำไรปี 68 พุ่ง 36.9% เคาะปันผลรวมทั้งปี 0.60 บาทต่อหุ้น

TFM ทำกำไรปี 68 พุ่ง 36.9% เคาะปันผลรวมทั้งปี 0.60 บาทต่อหุ้น

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.11 น.

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของบริษัทฯ โดยมียอดขายรวม 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 12.5 % เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนศักยภาพการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำที่ขยายตัวต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่กำไรขั้นต้นทำได้ 1,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการปรับพอร์ตสินค้ามุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 22.2 % จาก 18.7 % ในปีก่อน และหนุนกำไรสุทธิของบริษัทฯ ทำได้ 733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.9 %

ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 TFM ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยทำยอดขาย 1,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากกลุ่มอาหารกุ้งที่เติบโตโดดเด่นถึง 21.4 % จากความต้องการทความต้องการของตลาดในประเทศที่เติบโตและการขยายการส่งออก ขณะที่ยอดขายอาหารปลาเพิ่มขึ้น 6.7 % โดยเฉพาะอาหารปลากะพงที่มียอดขายพุ่งแรงถึง 25.3 % ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ TFM ในตลาดอาหารปลากะพง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถบริหารให้มีกำไรขั้นต้นถึง 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 24.5 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากยอดขายและปริมาณที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นเป็น 22.3% จาก 20.5 % ในช่วงเดียวกันของปีก่อน


นอกจากนี้ บริษัทฯ สามารถควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อยอดขายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่ 9.3 % ลดลงจาก 10.2 % ในปีก่อน ขณะเดียวกัน TFM ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการ BOI ในการผลิตอาหารกุ้งและอาหารปลาที่โรงงานสงขลาและสมุทรสาคร ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate) ในไตรมาสสุดท้ายลดลงเหลือเพียง 0.9 % เท่านั้น ซึ่งจากปัจจัยที่กล่าวมา ส่งผลให้บริษัทฯ ทำกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 ที่ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1 % เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถการทำกำไรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

จากผลการดำเนินงานที่มีศักยภาพ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2568 จำนวน 0.30 บาทต่อหุ้น  ซึ่งมาจากกำไรจากส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งจำนวน โดยเมื่อรวมกับการจ่ายปันผลงวดระหว่างกาล ทำให้ทั้งปี 2568 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลรวมอยู่ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 7 เมษายน 2569

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFM กล่าวว่า นอกจากความสำเร็จของตัวเลขทางการเงิน ในรอบปีที่ผ่านมา TFM ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างที่สำคัญ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Split Par) จาก 2 บาท เป็น 1 บาทต่อหุ้น รวมถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการจำหน่ายหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ ใน AMG-TFM ประเทศปากีสถาน เพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีความคล่องตัวและลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานในต่างประเทศที่ซับซ้อน

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top