533.jpg
ส่งออก‘อาหาร’วูบ ปี69ปัจจัยลบฉุดลดลง7.3%

ส่งออก‘อาหาร’วูบ ปี69ปัจจัยลบฉุดลดลง7.3%

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กร คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร ได้รวบรวมข้อมูล พบว่า การส่งออกสินค้าอาหารไทย 2 เดือนแรกปี 2569 มีมูลค่า 202,100 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 10.5 สาเหตุสำคัญมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคในตลาดโลกลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสงครามการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ลดทอนความสามารถในการปรับราคาตามต้นทุนของผู้ผลิต นอกจากนี้เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อ ขณะที่ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ยอดส่งออกไปกัมพูชาหายไป 5,000 ล้านบาทต่อเดือน คิดเป็น 5% ของมูลค่าส่งออกอาหารทั้งหมด

 ในส่วนของการส่งออกกลุ่มสินค้าอาหารอนาคต (Future Food) สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะ “เครื่องยนต์ใหม่” ของอุตสาหกรรมอาหาร ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าส่งออกขยายตัวจาก 79,525 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 134,468 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 11.1 ต่อปี สะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้น แม้ในระยะสั้นจะมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก


สำหรับแนวโน้มไตรมาสแรกปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) คาดว่าการส่งออกสินค้าอาหารไทยจะมีมูลค่า 305,900 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.5 หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเดือนมี.ค. จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ และการ Re-export จากยูเออีไปหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ถูกตัดขาด

สินค้าที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลางมาก เช่น ทูน่ากระป๋อง ข้าว ข้าวโพดหวานปรุงแต่ง และสับปะรดกระป๋อง มีโอกาสได้รับผลกระทบสูง ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นความท้าทายหลักที่จะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ราคาปุ๋ย วัตถุดิบเกษตร โรงงานแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงค่าขนส่งและการกระจายสินค้า ขณะที่ความต้องการตลาดโลกยังอ่อนแรงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่จะปรับตัวสูงขึ้น และการแข่งขันด้านราคา

“ภาพรวมปี 2569 คาดว่าส่งออกอาหารไทยจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.3 โดยหดตัวรุนแรงที่ -17.7% ในช่วงไตรมาส 2 ก่อนทยอยปรับตัวดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลังและฟื้นตัวเล็กน้อยช่วงปลายปี หากสถานการณ์เศรษฐกิจและความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ลุกลาม โดยปัจจัยลบที่กระทบส่งออกมาจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรงจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐ ผลกระทบจากความขัดแย้งไทย–กัมพูชา” นางสาวไปยดา กล่าว

สำหรับตลาดส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัว เช่น เอเชียใต้ (+35%) และสหภาพยุโรป (+15.9%) ขณะที่กลุ่มตลาดที่จะหดตัวสูงสุด คือ ตะวันออกกลาง (-50.7%) เพราะประเทศปลายทางส่วนใหญ่ต้องอาศัยเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนตลาดสหรัฐฯ คาดว่าจะหดตัว -12.8% โดยปีก่อนผลกระทบของมาตรการภาษีต่อการส่งออกอาหารไทยไม่ชัดเจน เพราะสินค้าที่เก็บได้นาน เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ทูน่ากระป๋อง และสับปะรดกระป๋อง ขยายตัวจากการกักตุนชั่วคราว ขณะที่สินค้าที่อายุสั้น เช่น ข้าว กุ้ง และอาหารพร้อมรับประทาน หดตัวลง สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและผู้นำเข้าที่เร่งสั่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หากการกักตุนหยุดลง คาดว่าผลกระทบมาตรการภาษีจะชัดเจนและรุนแรงขึ้น

“ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาสจากแรงหนุนค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เผชิญภัยสงคราม อาจเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกอาหารไทยให้พลิกกลับมาขยายตัวได้” นางสาวไปยดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top