วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ทยอยไล่ปลดโกงสอบ
ฟันซ้ำอาญา
จี้คืนเงินเดือนทั้งหมด
มท.หมายหัว5,925ราย
โยนก.กลางสั่งเพิกถอน
‘ปกรณ์’ดอดคุยนายกฯ
สรุปรายงานการทุจริต
“วรศิษฎ์” ลั่นเผยสิงหาคมนี้ เป็นเดือนมรณะของ ข้าราชการโกงสอบ ทั้ง 5,925 คน เตรียมถกกสถ. 5 สิงหาคม ก่อนส่งมติไปให้ ก.กลาง มีคำสั่งไปยังแต่ละจังหวัดให้เพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการขี้ฉ้อ พร้อมดำเนินคดีอาญา เรียกเงินเดือนคืน ผบช.ก. เผย 13 ผู้ต้องหาคดีทุจริต ทยอยเข้าพบตำรวจแล้ว 5 ราย ด้าน”ธีรุตม์”อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมผู้ต้องหาอีก 7 ราย ขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาไปเป็นสัปดาห์นี้และต้นสัปดาห์
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าการสอบสวนทุจริตท้องถิ่นว่าทุกอย่างเริ่มจากการพบทุจริตในเดือนมิถุนายน เรากำลังทำเรื่องจับทุจริตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีผู้เกี่ยวเป็นหมื่นคน เราใช้เวลาหนึ่งเดือนกับ 10 กว่าวันเห็นแล้วว่าจำนวน 5,925 คนมีใครบ้าง ถือว่าไม่ใช่ เพราะทั้งอาญา ป.ป.ช. ตำรวจมีการจับกุม แจ้งข้อกล่าวหาคืบหน้าไปตามลำดับ
รมช.มหาดไทยกล่าวอีกว่า จากนี้เมื่อประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) วันที่ 5 สิงหาคม และคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง)วันที่ 6 สิงหาคมแล้ว จะส่งเรื่องไปยัง ก.จังหวัดวาระเร่งด่วนแบบนี้คงใช้เวลาประชุมไม่กี่วัน หลังจากได้รับเรื่องจา ก.กลาง จากนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นที่ต้องไปจัดการต่อว่าจะถอดถอนผู้ทุจริตสอบได้เมื่อไหร่ คงใช้เวลาไม่นาน
นายวรศิษฐ์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าภายสิงหาคมนี้ จะได้เห็นการถอดถอนผู้ทุจริตสอบแล้วได้เข้าไปเป็นข้าราชการได้เพราะขณะนี้ต้นเดือนอยู่กระบวนการของจังหวัดคงใช้ไม่นาน เมื่อถอดบุคคลเหล่านี้ออกมาแล้วก็เท่ากับมีตำแหน่งว่าง สิ่งที่กสถ.ต้องประชุมก็คือวิธีการปฏิบัติการเลื่อนบัญชีผู้สอบขึ้นมาว่าการบริหารบัญชีจะเป็นอย่างไร
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ส่วนจะเปิดเผยผู้ทุจริตสอบต่อสาธารณชนได้หรือไม่นั้น คงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องทำคือต้องทำให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่ใครมีปัญหาบ้าง และใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดต้องโดนโทษอาญา เพราะที่มาคุณผิดและเป็นความผิดแบบไม่สมควรเกิดขึ้น มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดจากกระบวนการแต่เกิดจากความตั้งใจ เพื่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ารับราชการ โดยที่ตัวเองไม่ควรได้เข้าไปแต่เรื่องอาญาต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ
เมื่อถามถึงเงินเดือนที่คนเหล่านี้ได้รับไปนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่าไม่ควรได้รับตั้งแต่แรก
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.เข้าพบ คาดหารือการแก้ปัญหาข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น
ทั้งนี้ ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ เวลา13.30 น. คณะกรรมการชุดของรองนายกฯนายปกรณ์จะมีการประชุมครั้งสุดท้ายสรุปมูลเหตุรวมถึงช่องทางการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ก่อนส่งรายงานนายกรัฐมนตรีต่อไป
ขณะเดียวกัน วันที่ 5 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จากนั้น วันที่ 6 สิงหาคม เวลา 13.30 น. จะมีการประชุม ก กลาง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยระเบียบวาระการประชุม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 และแนวทางการดำเนินการภายหลัง กสถ. มีประกาศ เรื่อง ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่
ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ว่ามีมาพบตำรวจแล้ว 5 ราย ส่วนนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่จะเลื่อนมาให้ปากคำ คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า พร้อมผู้ต้องหารายอื่น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี