วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สถ.ส่ง5,925ชื่อโกงสอบ
ฟันซ้ำอาญา
ถึงมือปปช.-ตำรวจ
กมธ.จี้สาวตัวบงการ
เดินหน้าคืนความชัดเจนระบบสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 เปิดให้ผู้สอบตรวจคะแนน 13–31 สิงหาคมนี้ “มท.4” กำชับสถ. สร้างความโปร่งใสในกระบวนการสอบ “นิรัตน์”เผยส่ง 5,925รายชื่อที่ถูกเพิกถอนให้หน่วยงานตรวจสอบฟันอาญาแล้ว พร้อมเปลี่ยนหากระดับนโยบายมอบ กพ.จัดสอบแทน รับคนใน สถ.เอี่ยวขบวนการซื้อตำแหน่ง ย้ำต้องกวาดบ้านตัวเองก่อน “อาสพลธ์” บี้สถ. เร่งส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทุจริตให้5หน่วยงาน ชี้ไม่ควรประวิงเวลา เปิดทางตรวจเส้นทางการเงิน สาวถึงตัวการใหญ่
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ให้ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568ได้บางส่วน และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ว่า ล่าสุด สถ.เปิดศูนย์รับคำร้องขอดูคะแนนผู้ที่ไม่ปรากฏรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้เพื่อให้ผู้เข้าสอบที่ไม่ปรากฏรายชื่อในบัญชีใหม่ สามารถตรวจสอบคะแนนของตนเองผ่านช่องทางราชการได้โดยตรง ระหว่างวันที่ 13–31 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30–16.30 น. ในวันและเวลาราชการ ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องสามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ อาคารสุวัทนา ชั้น 1 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบข้อมูลได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังส่วนกลาง
ทุกคนต้องตรวจสอบข้อมูลตัวเองได้
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การเปิดให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบคะแนนครั้งนี้ เป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการสร้างความชัดเจนให้กับกระบวนการสอบ หลังมีการตรวจสอบความผิดปกติและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ โดยหลักสำคัญคือ คนที่มีข้อสงสัยต้องมีช่องทางตรวจสอบ และทุกขั้นตอนต้องมีคำตอบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ การจัดการเรื่องนี้ต้องทำให้ชัด ทั้งในส่วนของคนที่ถูกตรวจสอบและคนที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการสอบ เราต้องทำให้ทุกคนสามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวเองได้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อระบบ
ยึด‘ถูกต้อง-โปร่งใส-ตรวจสอบได้’
ทั้งนี้ สถ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อรับคำร้อง ตรวจสอบ และเปิดเผยคะแนนแก่ผู้ยื่นคำร้องตามหลักเกณฑ์ พร้อมรวบรวมผลการดำเนินงานรายงานต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบได้
“การดำเนินการทั้งหมดต้องยึดหลัก “ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้”โดยเปิดช่องทางให้ผู้เข้าสอบได้รับข้อมูลคะแนนของตนเองอย่างชัดเจน เพื่อให้กระบวนการสอบแข่งขันท้องถิ่นเดินหน้าต่อไปบนพื้นฐานของความเป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าสอบและประชาชน”นายวรศิษฎ์กล่าว
เจอทุจริตก็ต้องจัดการ
นายวรศิษฎ์ ให้กล่าวถึงกรณีที่เพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย โพสต์แชตข้อความซึ่งอ้างว่าเป็นแชตของเอเย่นต์หรือนายหน้าที่ช่วยในการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็น สจ.คนหนึ่งใน จ.สตูล ว่า เรื่องนี้มันพิสูจน์กันได้อยู่แล้ว ถ้าหากเจอก็ต้องจัดการซึ่งจริงๆ มันก็มีเครือข่ายอยู่หลายเครือข่ายกระจายกันไปทั่ว ก็ต้องไปว่ากันตามข้อเท็จจริง
ส่ง5,925รายชื่อถึงมือปปช.-ตร.แล้ว
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่มีรายชื่อที่ถูกเพิกถอน5,925 รายชื่อ ตอนนี้อยู่ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประมวลเรียบร้อย และมีการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทางสถ. แจ้งรายชื่อทั้ง 5,925 รายชื่อ ไปยัง 5 หน่วยงานที่ทำ MOU ตรวจสอบความผิด
พร้อมทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการจัดสอบทดแทนบุคลากรของสถ. ที่ขาดแคลน แต่มีข้อเรียกร้องให้ทาง กพ. เป็นผู้จัดสอบแทน กสถ. เหมือนกับหน่วยงานราชการอื่น ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด สิ่งที่ก.กลาง และกสถ. รับหน้าที่จัดสอบ ก็เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจนั้นๆ มอบหมาย ตนไม่ได้บอกว่าวันนี้ดีที่สุด แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เรารู้ว่ามีปัญหา แม้ว่าจะไม่มีคำสั่งให้ทบทวน อย่างไรก็ต้องทบทวนตัวเองอยู่แล้ว ว่าวันนี้เราทำอะไรได้ดีหรือแย่แค่ไหน เราต้องปรับปรุงตัวเองแน่นอน ก่อนย้ำว่า การจัดสอบหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้มีอำนาจ หากเป็นนโยบายก็ต้องไปแก้ไขข้อสั่งการหรือระเบียบต่อไป
ไม่ขัดข้องหากให้หน่วยอื่นจัดสอบแทน
เมื่อถามว่า ได้เห็นรายงานที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า เห็นแล้ว ซึ่งกสถ.ในฐานะผู้จัดสอบในปัจจุบัน จะต้องมีการปรับโครงสร้าง ปรับกระบวนการ และวิธีทำงานใหม่ ที่ไม่ก่อให้เกิดการทุจริตหรือผิดพลาด แต่ถ้าเป็นนโยบายใหม่ที่ต้องกระจายการสอบออกไป หรือให้ใครจัดสอบแทน หรือ กพ. สอบแทน กสถ.ก็ไม่ขัดข้อง และมีความพร้อม
สำรวจจุดโหว่-จุดอ่อนที่ทำให้เกิดทุจริต
นายนิรัตน์ ยังกล่าวถึงการสืบสวน หาตัวผู้กระทำความผิดในการทุจริตการสอบ ขณะนี้ความผิดเกิดขึ้นแล้วเป็นคดีอาญา ทางตำรวจ ป.ป.ช. และหน่วยตรวจสอบทางคดีทุกอย่าง ก็รับไปตรวจสอบแล้ว แต่สถ.ยืนยันว่าไม่หยุดแค่นี้ เราต้องประเมินตนเอง ต้องสำรวจตัวเองว่ามีจุดโหว่ จุดอ่อน ว่ามีจุดใดบ้างที่ทำให้เกิดการทุจริต อย่างที่ตนเคยบอกว่ามีผู้เล่นอยู่ 4 คน คือ กรมสถ. มหาวิทยาลัยที่รับจ้าง นายหน้าที่บอกว่าเป็นผู้ซื้อขายตำแหน่งและผู้ซื้อ ซึ่ง 2 ส่วนแรกเป็นหน่วยงานราชการ ที่เราจะต้องปิดจุดอ่อนให้หมด แต่ในเรื่องของกระบวนการซื้อขายตำแหน่ง ก็จะได้ประชุมหาข้อมูลกันกับทุกหน่วย เพื่อส่งผู้มีพฤติกรรมที่เป็นนายหน้าและผู้ขายตำแหน่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้รับราชการและไม่รับราชการ ซึ่งทำเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่ท้องถิ่น เรารู้ว่าทุกวงการที่มีการสอบ โดยจะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้ตำรวจต่อไป
ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อน
เมื่อถามว่าในสถ. มีบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบวินัยร้ายแรง เพื่อกวาดบ้านตัวเองหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าในสถ.มีผู้ที่ทำตัวเป็นหนึ่งในขบวนการนายหน้า บุคคลเหล่านี้ต้องถูกกวาดล้าง เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่อยู่ในหน่วยงานอื่นๆ เช่นกัน แม้อยู่ในสถ. ก็จะไม่มีการยกเว้น ต้องจัดการก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อถามว่า จะเริ่มกวาดบ้านตัวเองเมื่อใดในฐานะที่เป็นรักษาการอธิบดี นายนิรัตน์ กล่าวว่า ทำอยู่แล้ว ทำทุกวัน แต่พวกนี้ข้อมูลต้องแน่น เพื่อที่จะจัดการกับเขาเพื่อให้เถียงไม่ได้ ปฏิเสธไม่ออก
เมื่อถามว่า ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีสถ. มีอำนาจเต็มใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ผู้รักษาราชการแทน มีหน้าที่เท่ากับ ผู้ซึ่งตนแทน
‘อาสพลธ์’จี้สถ.ส่งรายชื่อโยงทุจริต
นายอาสพลธ์สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการทุจริตการสอบท้องถิ่น ที่มีการเร่งให้ สถ. ส่งสำนวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ในส่วนของ 5925ราย ที่ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เสนอไปยัง คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และ กสถ. มีมติ ให้นำเสนอคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบไปแล้วนั้น มีการปรับปรุงบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ให้ความถูกต้อง
“ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ยังไม่เห็นว่าทาง สถ. จะส่งรายชื่อ 5,925 ราย ให้กับหน่วยงานที่ สถ. ได้ทำ MOU ไว้ ทั้ง 5 หน่วยงาน ซึ่งยังไม่ได้ส่งจึงอยากขอถามว่าจะส่งเมื่อไหร่ เพราะมีการทำ MOU ไว้แล้ว หากพบว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือโกงข้อสอบต่างๆ เมื่อทำ MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วทั้ง สถ. กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนกลาง” นายอาสพลธ์กล่าว
ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรแล้ว
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า แต่วันนี้มติ ก.กลาง ส่งไปยัง ก.จังหวัด เรียบร้อยแล้ว แต่ทำไม สถ. ยังไม่ส่ง 5,925 รายชื่อนี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เขาได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ซึ่งกมธ.ป.ป.ช. ได้มีโอกาสไปดูงานที่ ปปง. และได้สอบถามเรื่องนี้ ทางตัวแทนปปง. ได้ชี้แจงว่า มีการทำ MOU ไว้แล้ว แต่รอทาง สถ. ส่งรายชื่อให้ ซึ่งเขาจะได้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินได้ทั้งหมด
“ท่านมีข้อมูลหมดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรแล้วทั้ง 5,925 รายชื่อ เพราะข้อมูลที่ท่านมี ตรวจสอบความถูกต้องอยู่แล้ว ท่านจึงได้เสนอ ก.กลาง จนกระทั่งมีมติเพิกถอน และทำบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องประวิงเวลา”นายอาสพลธ์ กล่าว
เหน็บเซ็นMOUแล้วคงลืม
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ล่าช้าคืออะไร นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเขาเซ็น MOU แล้วคงลืม วันนี้เราเลยมากระทุ้ง ตนตามเรื่องนี้เพราะอยากให้คนทุจริตได้มารับโทษทั้งหมด ส่วนที่สังคมมีข้อสงสัยว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เราก็พยายามทำทุกทาง นำบุคคลที่เกี่ยวข้องมาซักทอด หากใครชี้แจงไม่ได้ก็ต้องรับผิดMOU เซ็นแล้วไม่ทำตามก็ต้องมากระทุ้งกันหน่อย
เมื่อถามว่าทางกระทรวงมหาดไทย เตรียมให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่หลุดไปอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้จะมีช่องทางให้ผู้ที่ทุจริตกลับมาสวมรอยหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า คิดว่าไม่มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะคะแนนก็ปรากฏในกระดาษคำตอบอยู่แล้ว วันนี้เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
เชื่อถ้าหลักฐานไปถึงก็เอาผิดได้
เมื่อถามว่า สุดท้ายจะสาวไปถึงตัวการใหญ่หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ถึงระดับ 10 แต่เขาก็ให้การปฏิเสธ ซึ่งสิ่งที่เราจะทำได้ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบธุรกรรมการเงิน การซักทอด ประเด็นนี้ตนขอเปรียบเทียบง่ายๆ กับการแก้ไขคะแนนที่ผ่านอยู่แล้ว แต่ปรับให้คะแนนสูงขึ้น พอประกาศบัญชีใหม่ 97 รายก็อยู่ในบัญชีผู้สอบผ่าน ทั้งที่เขาเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ เราเห็นว่ามีการแก้คะแนน ขนาดประกาศรอบสองเขาก็ยังอยู่ในบัญชีรายชื่อ นี่ขนาดเรามีหลักฐาน ก็เป็นช่องว่างทางกฎหมาย ฉะนั้น ระดับ 11 หรือระดับ 12 วันนี้ตนไม่แน่ใจว่า ป.ป.ช. มีหลักฐานขนาดไหน แต่ถ้าหลักฐานไปถึงก็เชื่อว่าจะสามารถเอาคนที่กระทำความผิดมาลงโทษได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี