วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กสถ.สั่งโละขึ้นบัญชีขรก.
ยกเลิก5,924คน
คะแนนผิดปกติส่อโกง
จัดลำดับประกาศใหม่
โยนท้องถิ่นถอนบรรจุ
มติกสถ. สรุปชัด! ฟันยกเลิกบรรจุ 5,924 คน ย้ำชัดพบคะแนนผิดปกติ สั่งยกเลิกประกาศขึ้นบัญชีทั้งหมด เริ่มนับคะแนน-จัดลำดับ-แล้วประกาศบัญชีใหม่ คาดต้นสัปดาห์หน้าเริ่มดำเนินการ ยันจะไม่มี “กลุ่มผิดปกติ” เข้ามาอีกแล้ว ด้าน “รักษาการอธิบดีท้องถิ่น” ยันกสถ.มีอำนาจเพิกถอน ลั่นใครผูกก็ต้องแก้ ขณะที่ “วันชัย” แจงยิบ ขั้นตอนทำได้ตามก.ม. แนะผู้ที่คิดว่าเสียหาย หากไม่พอใจผล สามารถร้องศาลปกครองได้
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ครั้งที่9/2569 โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พิจารณาเพิกถอนสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กลุ่มแรก 3,621 คน ที่พบคะแนนมีความผิดปกติชัดเจน โดยมี นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายสมประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. เข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ ประธานกสถ. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กรณีข้อกังวลเรื่องอำนาจในการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเป็นของ กสถ. หรือคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ว่า ขอรอผลการประชุมออกมาเป็นมติก่อน เมื่อถามย้ำว่าสรุปแล้วอำนาจการถอดถอนเป็นอำนาจของหน่วยงานใด นายวันชัย กล่าวว่า รอการพิจารณาของคณะกรรมการก่อน ขอให้รอการประชุม
เมื่อถามว่าคาดการณ์ว่าเสียงในที่ประชุมวันนี้จะแตกหรือไม่ นายวันชัย ยังกล่าวย้ำคำเดิมว่า ต้องรอคณะกรรมการ เมื่อถามย้ำว่า กสถ.มีอำนาจในการถอดถอนใช่หรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า ยังๆ ยังต้องพิจารณากันให้ชัดเจนก่อน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากมีการเพิกถอนรายชื่อ จะถูกร้องไปยังศาลปกครอง นายวันชัย กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณา อย่างไรก็ตามการประชุมในวันนี้ต้องจับตาการลงมติถอดถอน 3621 รายชื่อ ที่พบผลคะแนนผิดปกติชัดเจนว่า กสถ. มีอำนาจในการถอดถอนหรือไม่
ยกเลิกบรรจุ5,924คน
เมื่อเวลา16.50น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนถิ่น(กสถ.) ครั้งที่9/2569 ที่มีการหารือเป็นเวลากว่า2ชั่วโมงว่า เรื่องนี้สังคมต้องการความกระจ่าง มีข่าวสารมากมายบิดเบือนต่างๆ ทั้งมีกระแสออกมาว่ามีคนสามารถดึงชื่อออกได้ต่างๆ วันนี้ตามที่เรียนไปก่อนหน้านี้ว่าจะมีการเพิกถอน บุคคลที่ได้รับการบรรจุกลุ่มแรกจำนวน3,621คน แต่โชคดีที่เราได้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และได้ข้อมูลสำคัญมาตั้งแต่เมื่อวันที่16ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตรวจสอบตลอดทั้งคืนจนนำเข้าสู่ที่ประชุมวันนี้ เราได้เห็นข้อมูลคะแนนทั้งหมดของผู้เข้าสอบจำนวน 279,000 กว่าคน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ400,000คน ในจำนวนผู้เข้าสอบ 279,000 คน เราเห็นคะแนนมีความผิดปกติ จำนวน 5,924 คนที่มีการบรรจุไปแล้ว ซึ่งทาง กสถ. ได้รับทราบข้อมูล จึงเห็นชอบและมีมติยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นที่ได้ขึ้นบัญชีไปแล้วทั้งหมด รวมถึงยกเลิกการบรรจุในส่วนของ5,924คนที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว โดยประธาน กสถ.จะลงนามในประกาศบัญชีใหม่ ภายหลังจากที่มีการตรวจสอบคะแนนใหม่ทั้งหมดแล้ว คาดว่าช่วงต้นสัปดาห์หน้า ประธาน กสถ. จะลงนามยกเลิกประกาศดังกล่าว และลงนามขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในประกาศใหม่ โดยไม่มีการสอบใหม่
”ในบัญชีทั้งหมดที่คนเข้าสอบจะโละทิ้งไปหมดเลย แล้วนำบัญชีใหม่ที่มีนับคะแนนใหม่แล้วมาเรียงลำดับใหม่ทั้งหมด แต่ในจำนวนผู้ที่ได้รับการบรรจุ 5,924 คน พบความผิดปกติในช่วงแรกๆเยอะมาก แต่ยังมีช่วงหลังๆที่มีความผิดปกติบ้าง แต่เยอะแล้ว“ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่า รายชื่อที่จะประกาศใหม่จะมีการเทียบข้อมูลกับแฟลชไดร์ฟที่อยู่กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่อยู่ตรงนั้นเลย วันเวลาที่เขาบันทึกในรายชื่อทั้งหมดห่างกันไม่เกิน4นาทีจากการทำสอบ คนที่ได้รับการบันทึกข้อมูลจากกระดาษคำตอบ เขาก็บันทึกทันที จะมีตัวเลขวันเวลาบันทึกอยู่แล้ว จากการทำข้อสอบ
ให้ท้องถิ่นเพิกถอนบรรจุ
เมื่อถามว่าที่ประชุมมีการหารือถึงอำนาจของกสถ. ในการเพิกถอนการบรรจุ เนื่องจากหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต กสถ.ไม่มีอำนาจเพิกถอนการบรรจุ ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. ชี้แจงว่า หน่วยงานไหนเป็นคนผูกหน่วยงานนั้นก็ต้องเป็นแก้ ถ้ามตินั้นเกิดจาก กสถ. แล้ววันนี้เราพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง กสถ.มีหน้าที่พิจารณาในมติตัวเองให้มันถูกต้อง กสถ.มีอำนาจหน้าที่ทำตรงนี้
เมื่อถามว่าใช้หลักกฎหมายใดในการดำเนินการ นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ชี้แจงว่า การดำเนินการของกสถ.ครั้งนี้ ใช้หลักกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เกี่ยวกับเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ไปออกคำสั่งทางปกครอง เมื่อเห็นว่าข้อมูลหรือคำสั่งที่ออกไปมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์ ผู้ออกคำสั่งทางปกครองจะต้องดำเนินการแก้ไขคำสั่งทางปกครองนั้นๆ ส่วนจะถือเป็นข้อยุติหรือไม่ หากผู้เสียหายไปร้องศาลปกครองนั้น ถือเป็นข้อยุติของฝ่ายปกครอง สิทธิ์ต่างๆยังไม่จบสิ้น เมื่อมีการยกเลิกขึ้นบัญชี แล้วขึ้นบัญชีใหม่ เราจะต้องส่งบัญชีนี้ไปให้กับคณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นระดับจังหวัดดำเนินการอีกครั้ง ว่ามีมติว่าครั้งที่แล้วมติที่ออกไปไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะต้องแจ้งไปยังผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในการออกคำสั่งให้ข้าราชการดังกล่าวพ้นจากราชการ
นายวันชัย กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่คิดว่าเสียหาย เมื่อเข้ากระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว หากไม่พอใจผล สามารถไปฟ้องศาลปกครองได้ ถือเป็นสิทธิของผู้ฟ้องคดีตามกฎหมาย ส่วนศาลฯจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือใหม่ เป็นดุลยพินิจของศาลฯ ทั้งนี้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบฝ่ายกฎหมายเตรียมการไว้แล้วในการชี้แจงต่อศาลปกครอง ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนการดำเนินการกับบุคคลที่พบคะแนนผิดปกติทั้ง5,924คน จะต้องยกเลิกบัญชีที่ประกาศไปแล้ว เมื่อมีการประกาศบัญชีใหม่ภายหลังนับคะแนนใหม่จัดลำดับใหม่ จะไม่มีชื่อบุคคลในจำนวน5,924คนอยู่ในบัญชีใหม่
ไม่รู้วิ่งเต้นรอบ2ลบบัญชี
เมื่อถามว่าหลังจากการตรวจสอบครั้งนี้หากเจอมากกว่า5,924คนจะดำเนินการอย่างไร ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หากเจอมากกว่าก็ต้องแจ้งมา แต่นี่คือสิ่งที่เราตรวจสอบด้วยความรอบคอบ มีหลักฐานชัดเจน
เมื่อถามว่ามติ กสถ.วันนี้จะต้องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ที่จะมีการประชุมในวันที่23ก.ค.นี้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องเสนอให้ที่ประชุมก.กลางรับทราบ ตามที่เราได้แจ้งไป วันนี้ถือว่าจบในสิ่งที่สังคมรอคอย เราได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ไม่ได้ตรวจสอบแค่บางส่วน ทั้งนี้มติที่ประชุม กสถ.ที่ออกมาในวันนี้ ถือเห็นชอบร่วมกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการวิ่งเต้นจ่ายเงินเพื่อแลกกับการถอนชื่อออก ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่น่าจะทันแล้ว ไม่รู้วิ่งเต้นกับใคร ตรงนี้จบแล้ว ทุกอย่างต้อวเป็นไปตามที่เราได้มีมติไป
หวั่นดองคดีจนหมดอายุความ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า กลุ่มโกงซื้อตำแหน่งราชการท้องถิ่นต้องให้พ้นจากราชการ โดยเฉพาะพวกเพิ่มคะแนนอัพเกรดอันตรายน่ากลัวที่สุด เพราะคนพวกนี้ส่อวิ่งเต้นซื้อการโยกย้ายตำแหน่งในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การสอบรับราชการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดเป็นการทุจริตมโหฬารช่วงบ้านเมืองวิกฤตเศรษฐกิจทั้งรายรับและจ่าย จากการตรวจสอบกลุ่มคะแนนผิดปกติไม่ตรงกระดาษคำตอบมีจำนวน 5,814 คน แบ่งเป็นทุจริตคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ 3,621 คน การเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น 1,713 คน และคะแนนคลาดเคลื่อน 480 คน
อีกทั้งกล่าวว่า สิ่งสำคัญ ถ้าพิจารณากลุ่มการอัพเกรดคะแนนหรือเพิ่มเติมขึ้นนั้น ในวันข้างหน้าคนเหล่านี้ต้องจ่ายเงินและวิ่งเต้นแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง แล้วถึงที่สุดต้องเกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่จบสิ้น
นอกจากนี้กลุ่มซื้อคะแนนกระดาษคำตอบเพื่อเข้ารับราชการการจำนวน 3,621 คน จึงเป็นการทุจริตบริสุทธิ์หาความดีเจือปนไม่ได้ ดังนั้นความเละเทะของระบบทุจริตนี้ ควรใช้ประสิทธิภาพการตรวจสอบอย่างรวดเร็วเข้าจัดการ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แต่กลับติดขัดกลไกในการปราบปรามทุจริต
ดังนั้น ถ้าคิดจะปราบทุจริตแล้ว คณะกรรมการก้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ต้องปราบอย่างรวดเร็วและมากประสิทธิภาพ ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องรับรองหรือไม่รับรองการเลือกตั้งอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่ใช่รับรองก่อนแล้วสอยที่หลัง ซึ่งทำให้ระบบและกลไกปราบปรามล้าช้า ผิดปกติ
อีกอย่าง ถ้า ปปช.ทำหน้าที่ตรวจสอบ โดยใช้เวลานานถึง 20 ปี ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรต้องทำเช่นนั้น หากอ้างมีเรื่องกล่าวหาดองจำนวนมาก ทำไมไม่ใช้ระบบการแบ่งหน้าที่และวางแผนการทำงาน โดยถ้าบางเรื่องไม่มีมูลความผิดก็ตัดไป ส่วนมีมูลก็ดำเนินคดี
เตือนอย่าลูบหน้าปะจมูก
นายจตุพร กล่าวว่า การดองเรื่องราวไว้ หรือเจตนาปล่อยให้คดีขาดอายุความ เอาใครทำผิดไม่ได้ ระบบอุปถัมภ์ความชั่วเหล่านี้ สร้างความเสียหายให้บ้านเมือง เราจึงกลายเป็นประเทศล้าหลัง พัฒนาเดินหน้าไม่ได้เลย
“วันนี้ถ้าเรื่องการสอบข้าราชการท้องถิ่นยังเป็นลักษณะลูบหน้าปะจมูกกัน ยิ่งทำให้คนหงุดหงิด เพราะความรู้สึกของคนไม่รอการอ้างอะไรอีกแล้ว ดังนั้น การตรวจทั้งหมดของ ปปช.ต้องอย่าเงื้อง่าราคาแพง ทั้งที่ตรวจกันเสร็จแล้วจะเก็บเอาไว้ทำไม ถ้าการเรียงลำดับใหม่มีปัญหา ก็ใช้กลไกเอาออกในคราวเดียวกัน หรือจะปล่อยเรื่องไว้ 20 ปี”
ดังนั้น ระบบที่ล้าช้ากับการปราบปรามทุจริต ได้บั่นทอนศักยภาพของประเทศ นักลงทุนก็ข้ามหัวไปเวียดนามหรือประเทศอื่น ทั้งที่ไทยมีความพร้อมที่สุดแต่ขาดอย่างเดียวคือความโปร่งใส ถ้าประเทศไม่ปรับเรื่องนี้บ้านเมืองไปไม่ได้เลย
พร้อมทั้งเสนอว่า ประเทศควรพักการสอบบรรจุราชการไว้ก่อน แล้วปฏิรูประบบราชการใหม่ให้เข้มแข็ง สอดคล้องกับรายได้แท้จริงของประเทศ หลักคิดการแก้ปัญหาชาติ วันนี้ต้องคิดการใหญ่กัน เพราะการทุจริตแตะตรงไหนก็เจอ ดังนั้น ต้องถอนรากถอนโค่นกัน จะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว
“พวกอัพเกรดคะแนนนั้น ต้องเอาออกจากราชการทันที่ เพราะเจตนาอัพเกรดคือ การโกง จึงอันตราย น่ากลัวยิ่งกว่าการซื้อคะแนนกระดาษคำตอบ พวกนี้ต่อไปจะวิ่งเต้นโยกย้ายวอดวายกันหมด โดยคนพวกนี้อัพเกรดเพื่อต้องการเลือกที่ แต่ระบบตรวจสอบกลับพิจารณาว่า เข้าข่ายทุจริตหรือไม่”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี