ORกางแผนปี69 ขยายบทบาทสู่แพลตฟอร์มเชื่อมโยงชีวิต ลุยเปิด Budget Hotel ในปั๊ม

ORกางแผนปี69 ขยายบทบาทสู่แพลตฟอร์มเชื่อมโยงชีวิต ลุยเปิด Budget Hotel ในปั๊ม

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.49 น.

ORกางแผนปี69 ขยายบทบาทสู่แพลตฟอร์มเชื่อมโยงชีวิต ลุยเปิด Budget Hotel ในปั๊ม

18 กุมภาพันธ์ 2569 มล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ OR สะท้อนความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย โดยสามารถรักษาเสถียรภาพของธุรกิจควบคู่กับการวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” โดย OR ได้ใช้ความท้าทายเป็นโอกาสในการทบทวนและยกระดับการดำเนินธุรกิจ ผ่านการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปี 2568 OR มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 9.0% จากปีก่อนหน้า มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.2% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิจำนวน 11,304 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.8% จากปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของปี 2569 ของ OR คือการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่การสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ (OR Ecosystem) ที่มีผู้ใช้เข้ามาใช้บริการกว่า 3.9 ล้านราย/วัน ในการเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจให้เข้ากับการดำเนินชีวิตผู้คน โดยในมิติ Mobility OR มุ่งขยายบทบาทจากธุรกิจพลังงานไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ โดยใช้เครือข่ายสถานีบริการเป็นแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมโยงบริการต่างๆ ของ OR เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น PTT Station และ EV Station PluZ

ทั้งนี้ มีกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ OR Ecosystem โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่ครอบคลุมแบรนด์หลักอย่าง Café Amazon ซึ่งมีเครือข่ายรวมกว่า 4,600 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการต่อยอดสู่กลุ่ม Health & Wellness เพื่อขยายบทบาทของสถานีบริการ PTT Station ให้เป็นมากกว่าการให้บริการด้านพลังงาน แต่เป็นจุดเชื่อมต่อบริการที่หลากหลาย เติมเต็มคุณภาพชีวิต และเสริมความแข็งแกร่งของ OR Ecosystem ให้สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความถี่ในการใช้บริการ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในสถานีบริการจากเฉลี่ย 3.9 ล้านคนต่อวันเป็น 5 ล้านคนต่อวันในปี 2030

อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน OR Ecosystem คือการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดย OR ใช้แอปพลิเคชัน blueplus+ (บลูพลัส) เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Physical Platform และ Digital Ecosystem ของ OR เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการที่ตรงความต้องการ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยปัจจุบัน blueplus+ มีสมาชิกกว่า 9.3 ล้านบัญชี และตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกสู่ 14 ล้านราย ในปี 2030 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และทำความเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา OR ยังคงอยู่เคียงข้างสังคมในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคใต้ โดยได้ส่งความช่วยเหลือไปในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภารกิจการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ OR ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าด้านอื่น

“ก้าวต่อไปของ OR จะยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในทุกมิติ เพื่อการพัฒนา OR Ecosystem อย่างมีประสิทธิภาพ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างการเติบโตที่มั่นคงอย่างยั่งยืนในระยะยาว” มล.ปีกทอง กล่าว

มล.ปีกทอง กล่าวว่า OR เตรียมดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ในสถานีบริการน้ำมัน OR โดยบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ร่วมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) หรือบริษัทในเครือ โดย Modulus จะถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ CENTEL ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ของทุนจดทะเบียน

เบื้องต้นจะเริ่มก่อสร้างโรงแรม 6 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ ภูเก็ต สงขลา ชลบุรี อยุธยา และกาญจนบุรี โดยมีจำนวนห้อง 70-80 ห้อง ราคาเข้าพักประมาณกว่า 800 -1,000 บาทต่อคืน คาดใช้เงินลงทุน 700 ล้านบาท โดย OR จะลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องประมาณ 346 ล้านบาท อย่างไรก็ตามประมาณปี 2570 ทางOR  จะประเมินผลโรงแรมทั้ง 6 แห่งว่าจะเดินหน้าขยายเพิ่มต่อไปทั่วประเทศหรือไม่ต่อไป ซึ่งปัจจุบัน OR มีปั๊มทั้งสิ้น 2,768 แห่ง , มีสถานีEV 1,349 แห่ง ,มีร้านคาเฟ่อเมซอน  5,036 แห่ง และมีร้านจิฟฟี่รวมกับร้าน 7-11 รวม 2,468 แห่ง

มล. ปีกทอง กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจในประเทศกัมพูชา ปัจจุบันยังประคองธุระให้เดินต่อไปได้ แต่ยังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาว่าจะเดินต่อไปทางไหน  ซึ่งแนวทางต่อจากนี้จะต้องลดต้นทุนลงก่อน หากไม่ได้ผลอาจต้องหาวิธีออกจากการลงทุนในกัมพูชาแบบเจ็บตัวน้อยที่สุดต่อไป

สำหรับแผนการลงทุน 5  ปี (2026-2030)  ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 5.8 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2026 จะลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะลงทุนในกลุ่ม Mobility ( พีทีทีสเตชั่น , อีวีสเตชั่น,  โครงสร้างพื้นฐาน) จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท กลุ่ม Lifestyle (Cafe Amazon, OASYS , ควบรวมกิจการ, การร่วมลงทุน) จำนวน 4.3 พันล้านบาท กลุ่ม Global (ลงทุนในต่างประทศ) จำนวน 1.4 พันล้านบาท กลุ่ม Innovation & New Business จำนวน 2.7 พันล้านบาท

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top