พาณิชน์หนุนผู้ประกอบการไทย ยกระดับ‘IP’เป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจ

พาณิชน์หนุนผู้ประกอบการไทย ยกระดับ‘IP’เป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการค้าสินค้า ไปสู่การแข่งขันบนฐานขององค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน หรือทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property : IP) โดยประเทศที่สามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วงชิงความได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจได้มากกว่าประเทศที่ไม่ให้น้ำหนักในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

ทั้งนี้หากไทยต้องการก้าวข้ามความท้าทายในยุคที่โลกแข่งขันกันสูง จำเป็นที่จะต้องยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจร มุ่งเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้เป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่สร้างรายได้ และเพิ่มแต้มต่อทางการแข่งขันในเวทีโลก


สำหรับแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบนั้น กรมฯจะดำเนินการผ่าน 4 เสาหลักของห่วงโซ่มูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ 1.การส่งเสริมการสร้างสรรค์ 2.การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 3.การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ และ 4.การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

โดยกรมฯจะมุ่งสร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มแข็ง สนับสนุนองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย ผ่านศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) และศูนย์สนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TISC) ในสถาบันการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี เข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตร และต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมผลักดันนวัตกรรมและผลงานสร้างสรรค์เข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความสะดวกและรวดเร็ว มีความทันสมัยมากขึ้น ให้ได้คุณภาพมาตรฐานสากล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจสอบคำขอ พร้อมส่งเสริมการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่า เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์และบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ ผ่านการผลักดันการอนุญาตใช้สิทธิ์ การร่วมลงทุน การแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Financing) รวมถึงการพัฒนาแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญากับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ยังได้ยกระดับการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และเจ้าของสิทธิ์ รวมถึงส่งเสริมการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างอัตลักษณ์สินค้า และยกระดับรายได้ของชุมชนเพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ

“การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานสำคัญ โดยกรมฯมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน ส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ผลักดันนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และขยายความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว”นางอรมน กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top