วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า สำหรับประเทศไทย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจเพิ่มเติม ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยถ้อยแถลงหลังการประชุมจะเป็นตัวกำหนดมุมมองต่อตลาดการเงินและค่าเงินบาทในระยะสั้น
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในการประชุม กนง. วันที่ 25 มภาพันธ์ 2569 คาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% หลังจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าที่คาด และความเสี่ยงทางการเมืองมีแนวโน้มลดลงภายหลังทราบผลการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้ง สู่ระดับ 1.00% ในปีนี้ โดยคาดว่าอาจเกิดขึ้นในการประชุมรอบเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อรอประเมินตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ที่จะออกมาในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญและอาจเป็นจุดต่ำสุดของปี ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน ประกอบกับสินเชื่อยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง
ส่วนฝ่ายวิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่าแม้ภาพรวมสินเชื่อจะยังหดตัว แต่คาดว่า กนง. จะยังไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ย เนื่องจาก 1. GDP ไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนขยายตัวดีเกินคาดที่ 2.5% YoY ส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 2.4% ซึ่งสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดไว้ที่ 2.2% และ 2. แรงสนับสนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ โดยรอความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไป ทั้งนี้ ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า กนง. ยังมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจลดลง หากเครื่องยนต์ทางการคลังสามารถขับเคลื่อนได้เร็วและมีประสิทธิภาพ
ด้าน นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าปีนี้จะคงที่ที่ 1.25% ตลอดปี 2569 ไม่มีการปรับลด เพื่อรักษาพื้นที่เชิงนโยบาย เนื่องจากผลของการลดดอกเบี้ยใช้เวลา 6–12 เดือน กว่าจะส่งผ่านเต็มที่ ขณะที่ ค่าเงินบาทคาดสิ้นปีอยู่ที่ประมาณ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ระบุหากเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป อาจกระทบความสามารถแข่งขันภาคส่งออกและท่องเที่ยว
พร้อมทั้งประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี หากรัฐบาลใหม่สามารถจัดตั้งทีมบริหารและขับเคลื่อนนโยบายได้เต็มที่ โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ แม้งบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าเล็กน้อยในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมองว่าเศรษฐกิจครึ่งแรกปี 2569 ยังเติบโตจำกัด เนื่องจากความเชื่อมั่น การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐยังฟื้นไม่เต็มที่ ก่อนจะเร่งตัวในช่วงไตรมาส 3–4 จากแรงหนุนมาตรการภาครัฐ การลงทุน และการจ้างงาน
ด้าน ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่าเศรษฐกิจไทย ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อน แม้มีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล-ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังคงเติบโตโดดเด่น แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการส่งออก ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด (Super-aged society) ซึ่งล้วนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี