‘กนอ.’ยกระดับ 30 โรงงานเครือข่ายฯ มุ่งสู่ความยั่งยืน หนุนเป้าNet Zero ปี 2050

‘กนอ.’ยกระดับ 30 โรงงานเครือข่ายฯ มุ่งสู่ความยั่งยืน หนุนเป้าNet Zero ปี 2050

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

‘กนอ.’ยกระดับ 30 โรงงานเครือข่ายฯ มุ่งสู่ความยั่งยืน หนุนเป้าNet Zero ปี 2050

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)  เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นางบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการ กนอ. (พัฒนาที่ยั่งยืน) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานและมอบเกียรติบัตรแก่ “โรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน ของ กนอ.” ในโครงการยกระดับโรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568  ซึ่ง กนอ. เล็งเห็นว่าการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตนั้นต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่มาตรฐานต่าง ๆ ด้านความยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต เช่น กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน (SDGs I.E.) และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593)


ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการฯ ในปีงบประมาณ 2568 กนอ. ได้เข้าไปส่งเสริมและสร้างความพร้อมให้กับโรงงานเครือข่ายรวม 30 แห่ง ผ่านการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อยกระดับมาตรฐานสำคัญ ประกอบด้วย 1) การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ผ่านการเตรียมความพร้อม 22 แห่ง โดยในจำนวนนี้ได้รับการทวนสอบแล้วถึง 12 แห่ง 2.) อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 และ 5(Green Industry) ผ่านการเตรียมความพร้อม 5 แห่ง 3.)โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) ผ่านการเตรียมความพร้อม 3 แห่ง

ส่วนในด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พบว่า โรงงานที่เข้าร่วมโครงการมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 1.32 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีสัดส่วนหลักมาจากภาคพลังงานร้อยละ 59.52 (0.79 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) ตามด้วยภาคอื่นๆ ร้อยละ 38.76 ภาคของเสียร้อยละ 1.05 และภาคกระบวนการอุตสาหกรรม (IPPU) ร้อยละ 0.67 ทั้งนี้ กนอ. ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญได้จัดทำข้อเสนอมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกมากถึง 152 มาตรการ ซึ่งหากโรงงานดำเนินการตามแผนจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 0.06 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า กนอ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้และแนวทางที่ได้รับจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นายวัฒนา เจนการ ผู้เชี่ยวชาญด้านก๊าซเรือนกระจก และนายสุรชัย ลีวัฒนานุกุล ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะช่วยให้ผู้ประกอบการนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเครือข่ายโรงงานที่มีความยั่งยืน เข้มแข็ง และเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลกอย่างมีประสิทธิภาพ และในปีงบประมาณ 2569 กนอ. ตั้งเป้ายกระดับโรงงานภายใต้โครงการดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 25 แห่ง

“การดำเนินโครงการยกระดับโรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนในครั้งนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวข้ามผ่านความท้าทายจากกฎระเบียบและมาตรการกีดกันทางการค้าระดับโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย กนอ. ยืนยันที่จะทำหน้าที่เป็น 'พี่เลี้ยง' เคียงข้างผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่เป้าหมายความยั่งยืน (SDGs I.E.) พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 อย่างมั่นคงต่อไป” นายสุเมธ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top