วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
จะสร้างรถอย่างไรให้ “บรรทุกหนักแบบม้าบรรทุกสัมภาระ” แต่ยัง “ไต่ทางชันได้คล่องแคล่ว แบบแพะภูเขา” นี่คือโจทย์ตั้งต้นของทีมวิศวกร ฟอร์ด ในการพัฒนา ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ปิกอัพสายพันธุ์แกร่ง ที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากแนวคิดในห้องประชุม หากแต่มาจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง ท่ามกลางเส้นทางทุรกันดาร และไซต์งานเหมืองห่างไกล สู่การออกแบบรถ ที่พร้อมรับมือทุกภารกิจหนักตัวจริง
.jpg)
เจเรมี เวลช์ ผู้จัดการโครงการพิเศษ ฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์สำหรับงานหนักของ ฟอร์ด ออสเตรเลีย เผยว่า ผู้ใช้จำนวนมากต้อง “ยอมแลก” ระหว่างความสามารถในการบรรทุกกับสมรรถนะการลุยทางทุรกันดาร เพราะรถที่บรรทุกได้มากมักมีขนาดใหญ่และไม่คล่องตัว ขณะที่รถที่ลุยได้ดี กลับรองรับน้ำหนักไม่พอ เป้าหมายของทีมวิศวกรจึงชัดเจน คือ การพัฒนารถที่บรรทุกหนักได้จริง พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ลุยได้ทุกเส้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ
ดรูว์ โอแชนแนสซีย์ วิศวกรโครงการ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เผยว่า ทีมวิศวกรตั้งเป้าให้รถกระบะรุ่นนี้ รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 1,982 กิโลกรัม พร้อมสมรรถนะที่พาไปถึงทุกจุดหมาย ไม่ใช่แค่บรรทุกได้มาก แต่ต้องลุยถึงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงได้ด้วย
เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน รถรุ่นนี้มาพร้อมแชสซีที่หนาและแข็งแกร่งขึ้น เสริมความทนทานของเพลา เฟืองท้าย และระบบส่งกำลัง เพื่อการขับเคลื่อนความเร็วต่ำที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมดุมล้อ 8 น็อตที่ถอดแบบจาก ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกหนักโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังขยายความกว้างฐานล้อเพิ่ม 90 มม. เทียบเท่า ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ติดตั้งยาง All-Terrain ขนาด 33 นิ้ว เพิ่มระยะต่ำสุดจากพื้นเป็น 299 มม. เสริมระบบกันสะเทือนช่วงยุบตัวยาวทั้งหน้า-หลัง เพิ่มความสามารถออฟโรด พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายหน้า-หลัง และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถหนา 4 มม. เพื่อความมั่นใจในทุกภารกิจหนัก
.jpg)
บทพิสูจน์สำคัญไม่ได้อยู่แค่ชิ้นส่วน แต่คือ โปรแกรมทดสอบสุดทรหดของ ฟอร์ด โดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ถูกทดสอบออฟโรดอย่างหนักหน่วงกว่าที่เคยมีมา ตั้งแต่การลุยโคลนความเร็วสูงซ้ำ ๆ จนมีโคลนสะสมกว่า 600 กิโลกรัม การใช้งานหนักเพื่อดึงศักยภาพระบบช่วยเลี้ยวออฟโรดถึงขีดสุด รวมถึงการวิ่งบนเส้นทางลูกระนาดขณะบรรทุกเต็มพิกัด ทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความแกร่งสำหรับการใช้งานจริงในระยะยาว นอกจากการทดสอบที่สนาม ยู แยงส์ พรูฟวิ่ง กราวด์ ทีมวิศวกรยังนำรถไปเผชิญบททดสอบจริงทั่วออสเตรเลีย หนึ่งในนั้นคือเส้นทาง “Rocky Track” เส้นทางออฟโรดสุดโหดที่แคบ ขรุขระ และเต็มไปด้วยหินแหลมคม เพื่อยืนยันสมรรถนะในสภาพแวดล้อมสุดท้าทาย
ร็อบ ฮูโก้ ผู้ควบคุมดูแลงานวิศวกรรมยานยนต์ เผยว่า เส้นทาง “Rocky Track” เป็นบททดสอบที่ รถขับเคลื่อนสี่ล้อทั่วไปแทบไม่สามารถผ่านได้ แต่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ สามารถพิชิตเส้นทางดังกล่าว พร้อมบรรทุกน้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม เพื่อพิสูจน์ศักยภาพในสภาพใช้งานจริง
“ทีมวิศวกรยังนำรถไปทดสอบ ในสภาพแวดล้อมสุดโหดทั่วออสเตรเลีย ทั้งทะเลทรายห่างไกล ฟาร์มปศุสัตว์ในรัฐ ควีนส์แลนด์ และพื้นที่ชนบทที่ต้องลากจูง บรรทุกหนัก รวมถึงเผชิญแรงกระแทกจากถนนลูกระนาดอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดการทดสอบ ทีมงานเดินทางหลายพันกิโลเมตร และผ่านเส้นทางสมบุกสมบันนับหมื่นครั้ง เพื่อยืนยันความแกร่งในทุกภารกิจ”
“ไม่ได้มีเพียงแค่วิศวกรของฟอร์ดเท่านั้น ที่ได้สัมผัสและทดสอบสมรรถนะของเรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ “เราใช้เวลาหลายสัปดาห์กับกลุ่มคนที่ฟอร์ดได้สร้าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาเพื่อพวกเขา” โอแชนแนสซีย์ อธิบาย “เราได้ติดตามการใช้งานของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และใช้งานรถกระบะในแบบที่พวกเขาใช้ แต่ด้วยขีดความสามารถที่เหนือกว่า เราสามารถเข้าถึงเส้นทางที่พวกเขาไปไม่ถึง และบรรทุกสัมภาระที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ นี่คือ ความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง ที่เราสามารถส่งมอบรถกระบะที่ ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างตรงจุดเหมือนที่พวกเขาได้บอกกับเราไว้”
.jpg)
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามเช็กลิสต์การทดสอบให้ครบ แต่คือ บทพิสูจน์อีกขั้นของความแกร่ง และเป็นการยืนยันว่าทีมงานได้พัฒนารถกระบะสำหรับภารกิจหนัก และเส้นทางสมบุกสมบัน เพื่อให้ลูกค้ามีพาหนะที่พร้อมใช้งานในสถานการณ์จริง และสามารถดำเนินภารกิจได้ตามที่ตั้งใจไว้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี