สนค.หวั่นพิษสงครามดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบเงินเฟ้อ

สนค.หวั่นพิษสงครามดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบเงินเฟ้อ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 99.67 เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์2568 ลดลง 0.88% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับจากเดือนเมษายน 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง และค่าไฟฟ้าลดลง ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก ส่วนยอดรวม 2 เดือนปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) ลดลง 0.77%

โดยเงินเฟ้อที่ติดลบติดต่อกัน 11 เดือน ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ และแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะติดลบ แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการอยู่ ขณะที่การจ้างงาน ก็ยังมี การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้น โดยรวมไม่มีปัจจัยตัวไหนที่จะบ่งชี้ว่าเป็นเงินฝืด


สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ลดลง 0.88% มาจากหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.59% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม ลิปสติก แชมพู กระดาษชำระ โฟมล้างหน้า แป้งผัดหน้า) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน) ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.26% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำดื่มบริสุทธิ์ เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน ปลาทูนึ่ง) ข้าวสารเจ้า ผักสด (พริกสด มะเขือ มะละกอดิบ ผักชี ผักคะน้า ใบกะเพรา) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด (ทุเรียน กล้วยน้ำว้า แตงโม ฝรั่ง มะพร้าวอ่อน องุ่น ชมพู่) เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 สูงขึ้น 0.56% ชะลอตัวลงจากเดือนมกราคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.60% รวม 2 เดือนปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.58%

ทั้งนี้แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2569 ต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางมากน้อยแค่ไหน โดย สนค.ได้ประเมินผลกระทบไว้ 3 แนวทางคือ 1.ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ 1-2% และกระทบราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุมใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ 2.น้ำมัน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทบเงินเฟ้อ 2-3% กระทบราคาอาหารสำเร็จรูป 10% แต่พื้นที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของทั้งประเทศ และ 3.น้ำมัน 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทบเงินเฟ้อมากกว่า 3% กระทบราคาสินค้าอาหารสำเร็จรูป 10% แต่จะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น 50% ของทั้งประเทศ

“ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นยังมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง แต่ทั้งหมดนี้ยังบอกไม่ได้ว่าขึ้นเท่าไร ต้องดูก่อนว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจบเร็ว ก็กระทบน้อย ถ้ายาว ก็กระทบมาก ส่วนเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2569 ถ้าสุดท้ายแล้วจะพลิกกลับมาเป็นบวก ก็เป็นบวกจากปัจจัยเรื่องพลังงาน ไม่ใช่จากดีมานด์ โดย สนค.จะขอดูตัวเลขเดือนมีนาคม 2569 ก่อน ถึงจะพิจารณาว่าจะปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2569 ใหม่หรือไม่”นายนันทพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ก็ต้องดูว่าภาครัฐจะมีมาตรการบริหารจัดการในเรื่องนี้อย่างไร โดยขณะนี้กระทรวงพลังงานก็บริหารจัดการในเรื่องน้ำมันอยู่ มีการตรึงราคาดีเซล 15 วัน รวมไปถึงค่าไฟฟ้า ที่จะได้รับผลกระทบจากก๊าซธรรมชาติที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่คงไม่ปรับขึ้นทันที เพราะรัฐมีมาตรการลดค่าครองชีพ โดยลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ ซึ่งค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท และยังมีเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top