สยามคูโบต้า กางโร้ดแมปปี’ 69 ตั้งเป้ารายได้ 6.2 หมื่นล้าน

สยามคูโบต้า กางโร้ดแมปปี’ 69 ตั้งเป้ารายได้ 6.2 หมื่นล้าน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.20 น.

นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา สยามคูโบต้ายังคงรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยผลการดำเนินธุรกิจในปี 2568 อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศร้อยละ 60 และต่างประเทศร้อยละ 40 สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการผลิตในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ยังคาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานประจำปี 2569 ที่ 62,000 ล้านบาท จากการวางกลยุทธ์เชิงรุกที่มุ่งยกระดับธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider) ผ่านการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับปีนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของคูโบต้าในการเดินหน้าสู่การเป็น “Global Major Brand 2030” ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในสามมิติหลัก ได้แก่ อาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม โดยยกระดับโครงสร้างการบริหารและแนวทางการพัฒนาโซลูชัน พร้อมผสานศักยภาพของทุกภาคส่วนในองค์กรให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในส่วนของประเทศไทย สยามคูโบต้ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ พื้นที่นำร่อง (Pilot Site) สำหรับทดลอง พัฒนา และยกระดับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตร และ ศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดโซลูชัน นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พัฒนาในไทยไปต่อยอดและส่งต่อไปยังประเทศใกล้เคียง


นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทยในปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้เกษตรกรสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มรอบการผลิตได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติ มาตรการกีดกันทางการค้าในบางประเทศคู่ค้า รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและความต้องการสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

สำหรับทิศทางปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจการเกษตรของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวในกรอบร้อยละ 2 – 3 โดยมีแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำสะสมที่อยู่ในระดับดีจากปี 2568 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ตลอดจนความต้องการบริโภคภายในประเทศที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดเกษตรในภูมิภาคอาเซียนยังคงมีศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจ แม้ภาพรวมจะมีสัญญาณเชิงบวก แต่ภาคการเกษตรยังจำเป็นต้องติดตามและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ

 “ปัจจุบันภาคการเกษตรยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยสำหรับปี 2569 แนวโน้ม GDP ภาคเกษตรในส่วนของพืชจะเติบโตประมาณร้อยละ 2 - 3 โดยคาดการณ์พืชเศรษฐกิจหลักที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน และยางพารา ตามลำดับ ทั้งนี้ เพื่อขานรับแนวนโยบายของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 พ.ศ. 2571 – 2575 สยามคูโบต้าเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาดังกล่าว โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจ อาทิ อาหารแห่งอนาคต การแพทย์และสุขภาพ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยผลักดันให้มีการบริหารจัดการน้ำ และสร้างการลงทุนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ที่จะสามารถขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน”

นางวราภรณ์ กล่าวต่อว่า สยามคูโบต้าจึงเร่งขับเคลื่อนแผนระยะกลางของบริษัทฯ เพื่อยกระดับความสามารถในการผลิตและเพิ่มรายได้เกษตรกรผ่าน 2 มิติหลัก คือ 1. ยกระดับด้วย Smart Farming ผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะ ทั้งระบบ KIS (KUBOTA Intelligence Solutions) บริหารจัดการเครื่องจักร แอปฯ K-iAgri (เค-ไออะกริ) และการควบคุมโดรนครบวงจร ที่ช่วยวางแผนการเพาะปลูกและควบคุมต้นทุนอย่างแม่นยำเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน และ 2. ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสานและพืชมูลค่าสูง พร้อมจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มรายได้ และเชื่อมโยงการขายสู่ผู้บริโภคโดยตรง

“นอกเหนือจากการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตในทุกมิติของระบบนิเวศเรื่องการเกษตร สยามคูโบต้ายังให้ความสำคัญกับ “คน” ในฐานะหัวใจขององค์กร ผ่านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยแนวคิด Build–Buy–Borrow ทั้งการมุ่งเน้นสร้างบุคลากรให้มีคุณภาพผ่านระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย สรรหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดทักษะความรู้ ตลอดจนสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์กรภายนอก ทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษา ในการร่วมศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีทางการเกษตร ขณะที่ยังมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกเจนเนอเรชันอย่างรอบด้าน พร้อมดูแลสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความมั่นคงทางการเงิน” นางวราภรณ์ กล่าวสรุป

ด้าน นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก สยามคูโบต้ายังคงยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์ MIND มุ่งยกระดับโซลูชันเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตในภาคเกษตร ผ่านความเข้าใจในความต้องการจริง และการดูแลด้วยหัวใจ พร้อมก้าวเคียงข้างเกษตรกรไทยในทุกสถานการณ์

Next Level of Market Insight & Agility (M - เจาะลึกด้วยการตลาด) มุ่งมั่นผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ไปจนถึงระบบบริการหลังการขาย อะไหล่ และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Next Level of Innovation-Driven Solutions (I - สนับสนุนนวัตกรรมโซลูชัน) มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสินค้าต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำเกษตรและตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร รวมถึงส่งมอบโซลูชันที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดความกังวลจากผลกระทบของสภาวะโลกรวน

Next Level of eNhance the Living Quality (N - ยกระดับคุณภาพชีวิต) ตอกย้ำเป้าหมายการมุ่งสู่แบรนด์อันดับหนึ่งในใจของเกษตรกร สยามคูโบต้ายังดำเนินโครงการที่มุ่งสร้างความผูกพัน และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1. Agri-Solutions Project การส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังแบบร่องกว้าง เพื่อลดต้นทุนการใช้แรงงาน ปุ๋ยและยา ด้วยการใช้แทรกเตอร์ขนาดเล็กทำงานบำรุงรักษาระหว่างร่อง ผ่านแปลงเกษตรกรในพื้นที่นำร่อง 2. ส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา เพื่อเพิ่มรายได้ควบคู่กับการปลูกข้าว และเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังการเก็บเกี่ยว โดยส่งเสริมทั้งการปลูกถั่วเหลือง ซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อยรวมถึงช่วยเพิ่มแร่ธาตุให้ดิน และ การปลูกดอกไม้โดยใช้เครื่องจักรกลการเกษตร 3. Authorized Dealer Sustainable Development โครงการอบรมเจ้าหน้าที่ของผู้แทนจำหน่ายให้มีความรู้ความเข้าใจโซลูชันการทำการเกษตร เพื่อให้สามารถให้ข้อแนะนำควบคู่กับการใช้เครื่องจักรกลของคูโบต้า 4. กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กช็อป โดรนคูโบต้า คุ้มค่า คุ้มทุน ควบคุมได้ โดยใช้โดรนการเกษตรพ่นสารและใส่ปุ๋ยเพื่อทดแทนแรงงาน รวมถึงใช้ปุ๋ยและสารได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุนได้ และ 5. สินเชื่อเพื่อจ้างรถดำนา สินเชื่อพิเศษจากสยามคูโบต้าลิสซิ่ง ช่วยเหลือเกษตรกรให้เข้าถึงการจ้างรถดำนาได้ง่ายขึ้น เพิ่มกำไร และสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่

และ Next Level of Deep Customer-Centricity (D - ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแบบไร้รอยต่อ สยามคูโบต้ายังบริหารจัดการโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยจุดแข็งที่มีระบบหลังการขายที่จริงใจ และดูแลเอาใจใส่ตลอดระยะการใช้งาน

The Next Move ของสยามคูโบต้าไม่ใช่เพียงการปรับตัวทางธุรกิจ แต่คือการขยับสู่บทบาท “FOOD SECURITY PARTNERSHIPS” ที่ยืนเคียงข้างเกษตรกร ผู้คน อาหาร และโลกใบนี้ ให้เดินหน้าต่ออย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง โดยสยามคูโบต้าเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ ที่จะร่วมกันผลักดันอนาคตเกษตรไทยให้เติบโตและส่งต่อความยั่งยืนสู่คนรุ่นถัดไป

-031

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top