542.jpg
”เนสท์เล่”ลงทุน2.3หมื่นล้านผลิตกาแฟลุยตลาดไทย-ภูมิภาค

”เนสท์เล่”ลงทุน2.3หมื่นล้านผลิตกาแฟลุยตลาดไทย-ภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

       นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพื่อลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่สำหรับการผลิตกาแฟครบทุกประเภท ทั้งกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผสม 3 in 1 และกาแฟกระป๋องภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ (NESCAFÉ) กำลังการผลิตรวมกว่า 1.7 แสนตันต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดทั้งในประเทศและภูมิภาค อีกทั้งจะมีการสร้างศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่โรงงาน มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 23,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ จังหวัดสมุทรปราการ โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2571


                ทั้งนี้โรงงานแห่งใหม่ของเนสท์เล่ จะใช้เทคโนโลยีการผลิตทันสมัยที่สุด ทั้งระบบอัตโนมัติและ AI พร้อมทั้งสร้างงานให้กับบุคลากรไทยกว่า 520 ตำแหน่ง โดยเฉพาะด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และบุคลากรทักษะเฉพาะทาง นอกจากนี้ ยังจะใช้วัตถุดิบจำนวนมากจากในประเทศไทย ทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบ รวมมูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย



                ด้านนายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเนสท์เล่มายาวนานกว่า 130 ปี การลงทุนนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราที่มีต่อประเทศไทย และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทย เศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โครงการลงทุนนี้ประกอบด้วยโรงงานผลิตกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และศูนย์กระจายสินค้าที่รองรับผลิตภัณฑ์หลายประเภทของเนสท์เล่ โดยจะติดตั้งเทคโนโลยีล่าสุดและ AI เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพสูง และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและลูกค้า โรงงานแห่งใหม่นี้จะผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟโดยใช้วัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรและการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต่อไป


                นอกจากการลงทุนด้านการผลิตแล้ว เนสท์เล่ยังมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการศึกษาสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย การสนับสนุนต้นกล้ากาแฟคุณภาพสูง การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร และการส่งเสริมแนวทางการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย
             

  “การที่เนสท์เล่ ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่โดยเลือกมาตั้งฐานการผลิตกาแฟในประเทศไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยและมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล รวมถึงเป็นการผลักดันยุทธศาสตร์ของไทยในการเป็นฐานการผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของโลก การลงทุนครั้งนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟของไทยทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การพัฒนาเกษตรกรต้นน้ำ การแปรรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์และการส่งออก พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตรที่เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศไทย” นายนฤตม์ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top