เนสท์เล่ทุ่ม 2.3 หมื่นล้านบาท ผุดโรงงานเนสกาแฟไฮเทคที่สุดในภูมิภาค ปักหมุดสมุทรปราการ
วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.
นายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า เนสท์เล่ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่มูลค่า 23,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปีของเนสท์เล่ในไทย และตอกย้ำความเชื่อมั่นในตลาดที่บริษัทปักหลักทำธุรกิจมานานกว่า 130 ปี
โครงการนี้ไม่ได้มีเพียงสายการผลิตกาแฟเท่านั้น แต่ยังผนวกรวมศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัยที่จะรองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยไลน์ผลิตหลักจะครอบคลุมทั้งกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ที่น่าสนใจคือโรงงานแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย ซึ่งอาจหมายถึงบทบาทใหม่ของไทยในฐานะฮับกาแฟของเนสท์เล่ในภูมิภาค พร้อมสร้างงานในประเทศมากกว่า 520 ตำแหน่ง ทั้งสายเทคโนโลยีและแรงงานทักษะระดับกลางถึงสูง
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่เนสท์เล่ให้ความสำคัญมาอย่างยาวนาน และการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของประเทศ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำว่าโรงงานแห่งใหม่จะติดตั้งเทคโนโลยีล่าสุดร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพสูงและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเน้นใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก ทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย เพื่อหนุนภาคเกษตรและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกัน
ตัวเลขที่น่าจับตาคือมูลค่าวัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากในประเทศเพื่อป้อนโรงงานแห่งนี้ ซึ่งคาดว่าจะสูงถึงราว 4,300 ล้านบาทต่อปี สะท้อนผลกระทบเชิงบวกที่จะกระจายไปถึงเกษตรกรไทยโดยตรง โครงการนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และสอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy ของภาครัฐ โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2571
ด้านเทคโนโลยี โรงงานแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในโรงงานที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ในภูมิภาค ด้วยเทคโนโลยีการสกัดกาแฟขั้นสูงสุด เทคโนโลยีเก็บรักษากลิ่นกาแฟ ระบบอัตโนมัติที่ผสานทั้งหุ่นยนต์และคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า (ASRS) รวมถึงระบบควบคุมกระบวนการทำงานด้วย AI ที่จะช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเสถียรตลอดสายการผลิต
การลงทุนครั้งนี้เป็นเพียงหมุดหมายล่าสุดของพันธสัญญาที่เนสท์เล่มีต่อไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2561-2568 เนสท์เล่ลงทุนในไทยไปแล้วกว่า 27,800 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตทั้งกลุ่มเครื่องดื่มและอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะเดียวกันยังครองตำแหน่งผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ของไทยมานานกว่า 4 ทศวรรษ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และแจกจ่ายต้นกล้ากาแฟคุณภาพจากศูนย์วิจัยกาแฟของบริษัทให้เกษตรกร ล่าสุดยังผลักดันการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรองรับดีมานด์กาแฟที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องและลดช่องว่างระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
แบรนด์เนสกาแฟก่อตั้งขึ้นโดยเนสท์เล่เมื่อปี พ.ศ. 2481 และเข้าสู่ตลาดไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ก่อนไต่ขึ้นเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของประเทศมาจนถึงวันนี้ การทุ่มทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขยายกำลังผลิต แต่เป็นการตอกย้ำสถานะผู้นำตลาด พร้อมวางรากฐานให้ไทยก้าวสู่บทบาทใหม่ในห่วงโซ่การผลิตกาแฟระดับโลกของเนสท์เล่ฃ
-032