รมว.พลังงานย้ำไทยไม่ขาดแคลน  ลั่นน้ำมันพอ  ควักวันละ700ล.ตรึงราคา

รมว.พลังงานย้ำไทยไม่ขาดแคลน ลั่นน้ำมันพอ ควักวันละ700ล.ตรึงราคา

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รมว.พลังงานย้ำไทยไม่ขาดแคลน

ลั่นน้ำมันพอ

ควักวันละ700ล.ตรึงราคา

พร้อมกู้เพิ่มหนุนกองทุนฯ

รมว.พลังงาน ยันไทยมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลน ทุ่มงบกองทุนฯ ควักวันละ 700 ล้าน ตรึงดีเซล 29.94 บาท รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกซื้อตุน มั่นใจระบบสำรองแกร่ง ชี้หากอุ้มไม่ไหว พร้อมออก พ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้ได้ “สันติ”มอบนโยบายผู้ว่าฯ ร่วมมือ “กรมการค้าภายใน” ตรวจเข้ม “น้ำมัน-สินค้าอุปโภค-ทองคำ” ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคา-กักตุน-เอาเปรียบผู้บริโภค ผบ.ทอ.สั่งสำรองน้ำมัน รับกรณีฉุกเฉินเกิดสงคราม ปกป้องอธิปไตยชาติ กมธ.พลังงานแนะรัฐบาลใช้กฎหมายคุมเข้มสกัดการกักตุน นายกฯ เรียกถกด่วน มาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาซื้อขายที่ตลาดสิงคโปร์เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 มีนาคม 2569 น้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นไป 13.42 ดอลลาร์ หรือ 14 %เคลื่อนไหวอยู่ที่ 105.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวสูงขึ้น 12.16 ดอลลาร์หรือ 13 % เคลื่อนไหวที่ 103.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ก่อนหน้านั้นในระหว่างวัน น้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นไปถึง 29 % อยู่ที่ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสพุ่งขึ้นไปถึง 31.4 % แตะระดับสูงสุดในรอบวันที่ 119.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาในสัปดาห์ที่ผ่านมา เบรนท์ ปรับขึ้นแล้วกว่า 28% และเวสต์เท็กซัส พุ่งขึ้นถึง 36%


นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียน่าจะต้องลดปริมาณการผลิตในเร็วๆ นี้เช่นกัน เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองกำลังจะหมดลง สงครามครั้งนี้อาจทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนานหลายสัปดาห์หรืออาจจะหลายเดือน เนื่องจากเกิดความเสียหายในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ระบบขนส่งหยุดชะงัก และมีความเสี่ยงในการขนส่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นไปถึง 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะเวลาอันสั้น

ล่าสุด กลุ่มประเทศ G7 กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน ร่วมกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันในตลาดโลก

ควักเงินอุดหนุนน้ำมันวันละ700ล.

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์สดผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ภาครัฐต้องใช้กลไกของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เข้ามาช่วยพยุงราคาขายปลีก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและเศรษฐกิจฐานราก โดยปัจจุบันรัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร (ที่ 29.94 บาทต่อลิตร) แม้ว่าต้นทุนจริงจะสูงกว่านั้นมาก โดยต้องใช้งบอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ เฉลี่ยถึงลิตรละ 9.57 บาท ส่งผลให้มีเงินไหลออกจากกองทุนฯวันที่ 9 มี.ค. 2569 เฉลี่ยสูงถึงประมาณวันละ 700 ล้านบาท

นายอรรถพลกล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพในการดูแลราคาน้ำมันต่อไปได้อีกอย่างน้อยประมาณ 15วัน หลังจากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง โดยหากมีความจำเป็น ทาง กองทุนฯ ยังมีทางเลือกในการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยดำเนินการมาแล้วในอดีต ส่วนกรณีที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ หากจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของกองทุนน้ำมันฯ ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยหารือและขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้

เล็งใช้มาตรการลดบทบาทคนกลาง

ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าราคาน้ำมันดีเซลในบางพื้นที่ห่างไกล เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรับขึ้นสูงถึง ลิตรละ 40.50 บาท นั้น สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับ “จ๊อบเบอร์” หรือผู้ค้าคนกลาง รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่สูงในพื้นที่ภูมิประเทศพิเศษ

“ปั๊มน้ำมันอิสระบางแห่งไม่ได้เป็นคู่ค้าประจำกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จึงต้องซื้อน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ในราคาตลาด เมื่อเกิดภาวะน้ำมันตึงตัว ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จะจัดสรรสินค้าให้กับลูกค้าประจำก่อน ส่งผลให้ผู้ค้าคนกลางต้องหาน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น ทั้งนี่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงพลังงานเตรียมประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยอาจเปิดช่องให้ผู้ใช้จริง เช่น ผู้ประกอบการหรือสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ห่างไกล สามารถติดต่อซื้อจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ได้โดยตรงในช่วงวิกฤต เพื่อลดบทบาทของคนกลางและควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป”นายอรรถพลกล่าว

ย้ำไทยไม่ขาดแคลนน้ำมันแน่นอน

นายอรรถพล กล่าวว่า ประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่เข้มแข็ง และมีการกระจายแหล่งนำเข้าจาดภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก นอกจากนี้กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารความเสี่ยงโดยการหาแหล่งน้ำมันใหม่เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้พึ่งพาแหล่งจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังใช้เครือข่ายการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านธุรกิจ Trading ซึ่งมีเครือข่ายทั่วโลก เพื่อจัดหาน้ำมันเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีสถานีบริการน้ำมันบางแห่งจำกัดการเติมน้ำมันใส่แกลลอนเพื่อป้องกันการกักตุนนั้นตน ได้กำชับให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศประสานกับผู้ประกอบการสถานีบริการเพื่อสร้างความเข้าใจ โดยแนวทางที่กระทรวงพลังงานเน้นย้ำคือ หากเป็นลูกค้าประจำที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมัน เช่น เกษตรกรหรือชาวประมงที่ใช้เครื่องจักรในการประกอบอาชีพ สถานีบริการควรพิจารณาจำหน่ายให้ตามปกติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำรงชีพ ขณะเดียวกันจะเพิ่มความเข้มงวดกับลูกค้าหน้าใหม่ที่นำรถบรรทุกหรือภาชนะขนาดใหญ่มาซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกักตุนหรือเก็งกำไรในช่วงวิกฤต

ขอปชช.อย่ากักตุนน้ำมันเกินจำเป็น

นายอรรถพล กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันของ ปตท. เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากภาวะตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่ไปซื้อน้ำมันสำรองไว้จำนวนมาก พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากรถขนส่งน้ำมันต้องวิ่งเติมสต็อกให้สถานีบริการบ่อยขึ้น จนบางช่วงไม่สามารถหมุนรอบได้ทัน ดังนั้น อยากขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปซื้อน้ำมันสำรองเกินความจำเป็น เพราะระบบการจัดหาน้ำมันของประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่ง และมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในช่วงวิกฤตินี้

กำชับทั่วปท.ป้องกันขึ้นราคาสินค้า

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนจากสถานการณ์ สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการเป็นวงกว้าง โดยการประชุมวันเดียวกันนี้ได้แจ้งมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึง 6 มาตรการ และ1 แผนปฏิบัติการ โดยกำชับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปปฎิบัติเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยในประเทศ

นายสันติ กล่าวว่า สคบ.จะตั้งศูนย์ปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วนรับเรื่องร้องเรียน โดยเปิดสายด่วนเพิ่มขึ้น 10 คู่สายในการรับแจ้งเหตุที่สืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ประกอบการและผู้ประกอบธุรกิจ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ เอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำมัน ข้าวสาร อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ รวมถึงราคาทองคำ จึงกำชับให้นำมาตรการไปดูแลประชาชน โดยให้จังหวัดเปิดคู่สายรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นจากปกติ โดยดูจากปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามา

นายสันติ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในวันนี้เริ่มมีผลกระทบกับสินค้าบางชนิด ที่อาจเกิดการขาดแคลน เช่น น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล จึงกำชับให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มความถี่ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าขาดแคลนจริงหรือมีการกักตุนสินค้ากับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เพราะราคาน้ำมันจะกระทบกับสินค้าตัวอื่น ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้

เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ

นายสันติ กล่าวว่า นอกจากนั้นให้เข้มงวดการตรวจสอบปิดฉลากสินค้าให้ถูกต้อง ป้องกันการฉวยขึ้นราคาที่สูงเกินจริง เช่น ราคาทองคำ ที่มีความผันผวนและปรับราคาขึ้น โดยให้แจ้งราคาให้ผู้ซื้อรับทราบก่อนตัดสินใจ รวมถึงเรื่องการซื้อขายสินค้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ขายสินค้ามูลค่าสูง เครื่องประดับ บริการลงทุน ให้ตรวจสอบผู้ให้บริการว่าจดทะเบียนตลาดตรงกับทางสคบ.หรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบเรื่องราคาค่าน้ำ ค่าไฟ กับสถานที่เช่าพักอาศัย ให้ควบคุมเรียกเก็บอย่างถูกต้องหรือไม่

“รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ ไม่เฉพาะในกรุงเทพมหานครแต่รวมถึงสถานที่อื่นด้วย จึงขอให้ทางจังหวัด ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้สิทธิ์ของตัวเองเรื่องราคามาตรฐานสินค้าและบริการ ก่อนตัดสินใจ ให้เกิดความมั่นใจและปลอดภัย“ นายสันติระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่าจังหวัดใดมีปัญหาเรื่องน้ำมันบ้าง นายสันติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันมาจากจังหวัดพังงา ว่ามีผู้ประกอบการหลายรายที่เริ่มรายงานว่าขาดแคลนจริงๆทำให้การดำเนินงานติดขัด ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะขาดจริงหรือมีการกักตุน แต่ได้กำชับแล้วให้ลงไปตรวจสอบ

สั่งดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และหารือแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ห้องประชุม ชั้น 9 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและเตรียมมาตรการรองรับอย่างใกล้ชิด โดยที่ประชุมได้รับรายงานภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 6.54 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวสะสมกว่า 3.2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ตลาดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางและเส้นทางการบินที่เกี่ยวข้องมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางบางส่วน

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน รวมถึงการดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจประสบปัญหาการเดินทางกลับประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบิน การตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อาทิ การประสานงานกับสายการบิน การให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกผ่านศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ในสนามบินหลัก การประสานหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องอยู่ต่อ รวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรมในการพิจารณาปรับอัตราค่าที่พักในกรณีที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางกลับได้ตามกำหนด เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง

ทอ.สำรองน้ำมันรับกรณีฉุกเฉิน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วย ผบ.ทอ.เปิดเผยถึงนโยบายประหยัดพลังงานของ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ตามที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิช รมว.กลาโหม สั่งการในห้วงวิกฤติตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า กองทัพอากาศได้นำมาพิจารณาว่าภารกิจที่สำคัญของกองทัพอากาศคืออะไร อยู่ในกรอบดำเนินการแบ่งเป็นการใช้เชื้อเพลิงภาคพื้นสนับสนุนใช้ด้วยความประหยัด ระมัดระวังและใช้เท่าที่จำเป็น แต่หากเป็นภารกิจที่สำคัญเกี่ยวข้องด้านยุทธการจะดำเนินการเต็มที่

สำหรับน้ำมันภาคอากาศ เราเตรียมไว้ 2 ส่วนหลัก คือ การบินในภาวะปกติ พร้อมดำรงต่อเนื่องในภารกิจฝึกบิน และ น้ำมันสำรองสงคราม กรณีใช้ภารกิจฉุกเฉิน ขอเรียนประชาชนว่า กองทัพอากาศจะพิจารณาและบริหารจัดการให้เพียงพอ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็จะใช้ในภารกิจที่ได้รับมอบหมายป้องกันประเทศและอธิปไตยในกรณีฉุกเฉิน สามารถดำเนินการได้

ในขณะที่การใช้พลังงานทั่วไปต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ให้กำลังพล และประชาชนได้ตระหนักว่าเหตุการณ์ไม่ปกติกรณีความขัดแย้งตะวันออกกลางส่งผลกระทบมาถึงคนไทย แม้เราจะเปิดการจัดหาน้ำมันแหล่งอื่นมาแล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะยุติเมื่อไหร่ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ประเมินสถานการณ์ยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ ตั้งบนข้อเท็จจริง บางครั้งเราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในพื้นที่จริงกระทบมากน้อยเพียงใด ขอให้เชื่อข้อมูลจากหน่วยงานประเมิน อย่าไปตื่นตกใจกับภาพข่าวที่ปรากฎ บางครั้งใช้AIสร้างขึ้นมา ซึ่งบางกลุ่มพยายามใช้ความชอบธรรม สภาพแวดล้อมเหมาะสมตัวเองในการดำเนินการต่างๆ แต่ก็ไม่อยากให้ยืดยื้อเพราะกระทบกับประชาชนและประชาคมโลกทั้งหมด หากสามารถเจรจานำสู่แนวทางสันติภาพ เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อย และหากรุนแรงมากกว่านี้น่าเสียดายที่เรามีกฎกติกา เมื่อมาถึงจุดนี้จะเกิดความสูญเสีย สันติภาพอาจเกิดยาก

กมธ.พลังงานแนะใช้ก.ม.คุมเข้มกักตุน

ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา แถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการกำหนดมาตรการด้านพลังงานหลังจากที่มีสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อพลังงานในประเทศ

โดยนายเกียรติชาย ไมตรรีวงษ์ รองประธานกมธ. กล่าวว่า กมธ.พลังงาน มีความกังวลใน 2 ประเด็น คือ น้ำมันดิบที่ไม่เพียงพอต่อการกลั่น และ ราคาพลังงานที่คิดเป็นต้นทุนของสาธารณูปโภค หรือสินค้าได้ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรปรับแผนที่เกี่ยวกับพลังงานในประเทศ ทั้ง การลดปริมาณสต๊อกน้ำมันเพื่อส่งเข้าโรงกลั่น เป็นต้น ขณะที่ข้อกังวลเรื่องราคา กมธ.พลังงานมีข้อเสนอให้ กระทรวงพลังงานคุมการซื้อ และ เช็คปริมาณน้ำมันที่ถูกใช้ ขณะที่น้ำมันดีเซลที่จำเป็นต่อภาคขนส่ง กระทรวงพลังงาน ต้องติดตามข้อมูลของสถานีบริการน้ำมัน เช่น การใช้ต่อวันเพื่อเช็คสต๊อกรายวันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ขาดแคลน ขณะเดียวกันต้องหาทางเพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันที่จะใช้เงินเพื่อตรึงราคา ดังนั้นอาจจำเป็นต้องควบคุม หรือ พิจารณาใช้กฎหมายควบคุมไม่ให้เกิดการกักตุน ขณะเดียวกันต้องพิจารณาถึงการใช้พลังงานทดแทน เช่น จากขยะ หรือ วัสดุทางการเกษตร หรือริเริ่มถึงการใช้พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กทดแทนพลังงานนำเข้า” นายเกียรติชาติ กล่าว

‘กรณ์’จี้ปัดฝุ่นเวิร์คฟรอมโฮม

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า น้ำมันโลกพุ่งแตะ 110$ สงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ยังไม่จบง่ายๆ ผมคิดว่า รัฐควรปรับแนวการสื่อสารกับประชาชน เห็นด้วยว่าต้องไม่ตื่นตระหนก แต่ก็ควรต้องมีการปรับตัว

วันนี้การประหยัดพลังงานมีความสำคัญทั้งในมิติค่าครองชีพ และมิติความมั่นคง วันนี้รัฐต้องชดเชยดีเซลอยู่ลิตรละ 10 บาท! และมีแนวโน้มต้องชดเชยมากขึ้นอีกจากที่รัฐบาลตรึงราคาหน้าปั๊มไว้ที่ 29.99 บาท ในขณะเดียวกันราคาก๊าซก็พุ่งสูงขึ้น เราพึ่งพาก๊าซเยอะเกินไปมาก ในการผลิตไฟฟ้า ค่าไฟก็จะต้องสูงขึ้นอึก เราจึงต้องเร่งลดการใช้พลังงานทั้งรัฐและเอกชน

ลดการเดินทาง ส่งสัญญาณเรื่องการประหยัดพลังงาน นำมาตรการ #WorkFromHome ช่วงโควิดกลับมาใช้เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันภายในประเทศ เมื่อลดน้ำมันก็คือ ลดภาระภาษีที่ต้องนำไปชดเชยราคา ต้นทุนที่แพงขึ้น รัฐบาลต้องสำรองเงินไว้ช่วยเหลือเกษตรกร เพราะราคาปุ๋ยกำลังพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย พร้อมกันนี้ ต้องเร่งสั่งการกำชับให้ราชการทุกหน่วยงานราชการ ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ฟุ่มเฟือยทันที

‘กอบศักดิ์’แนะเร่งหาพลังงานทดแทน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 110 .... ราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ “ระดับอันตราย” Code “RED” จากความกังวลใจที่ได้มีการถล่มคลังน้ำมันของอิหร่าน เมื่อวานนี้ สิ่งที่จะตามมาอีก ในช่วงสองของการโจมตีอิหร่าน ตลอดจนการตอบโต้ของอิหร่าน ที่จะไปกันใหญ่ ที่อาจกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางท่าเรือ เรือขนส่งน้ำมัน โรงงานน้ำมัน โรงงานก๊าซ คลังน้ำมัน และต่อไปอาจจะไปถึง “โรงงานสกัดน้ำจืดจากน้ำทะเล” ที่ต่างเป็นเป้านิ่ง ทำให้ถึงจุดทีต้องบอกว่า ราคาน้ำมันโลกได้เข้าสู่ระดับ Code “RED” ที่จะส่งผลอย่างจริงจังต่อเศรษฐกิจโลก หากไม่ลดลงโดยเร็ว สูงเพิ่มไปกว่านี้ จะเข้าสู่ช่วงที่ทุกคนเคยเห็นในช่วงต้นสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่เคยแตะ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาเรล และคงอยู่ระดับสูงกว่า 100 เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างมีนาคม - กรกฏาคม ของปี 2565 นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ต่อระบบเศรษฐกิจโลก

“ตอนนี้ ต้องบอกว่า โจทย์ยากขึ้นอีกระดับ การพยุงราคาอาจจะทำได้ไม่นาน น้ำมันและพลังงานอาจจะขาดแคลนในระยะยาว ถ้าสงครามขยายวงกว้าง โครงสร้างการผลิตและขนส่งน้ำมันบางส่วนถูกทำลาย คงต้องเตรียมแผน 2 ครับ เร่งหาและ Confirm น้ำมันก่อนประเทศอื่นๆ คิดเรื่องพลังงานทดแทนอื่นๆ ส่งเสริม Solar และ EV อย่างจริงจัง นำทางเลือกเดิมกลับมา เช่น ถ่านหิน เปิดทางออกใหม่ๆ ที่เคยปิดมาก่อน เช่น พลังงานจากรัสเซีย ถึงเวลาที่ต้องบอกว่า Move Move Move “เตรียมไว้ดีกว่าไม่เตรียม” ครับ !!!” นายกอบศักดิ์ ระบุผ่านเฟซบุ๊ค

ยะลาน้ำมันไม่พอต่อความต้องการ

จากสภาพอากาศร้อนและแล้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ทำให้ราคาพืชผักที่ อ.เบตง จ.ยะลา เริ่มมีการขยับราคาผักบางชนิดเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว โดยที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าผัก ต่างเร่งเตรียมแบ่งมัดของผักเพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้า ที่จะมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเย็นวันนี้ซึ่งเป็นช่วงถือศีลอดของพี่น้องชาวมุสลิม ซึ่งพบว่า ราคาผักหลายชนิดมีการขยับราคาเพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อย่างมะนาว ขยับราคาขึ้นสูงที่สุด จากลูกละ 2-3 บาท ตอนนี้ขยับมาอยู่ที่ลูกละ 5-6 บาท และ ผักบุ้งกก.ละ 60-70 บาท จาก 40 บาท ส่วนผักชนิดอื่นยังอยู่ในราคาปกติ ยังไม่ขยับขึ้นแต่อย่างใด แต่คาดว่าคงไม่กี่วันนี้เนื่องจากมีสัญญาณว่าผักสดออกน้อยและราคาน้ำมันที่อาจปรับราคาสูงขึ้นจากผลพวงการสู้รบในตะวันออกกลาง

ส่วนเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งตอนนี้ยังมีการตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาลอยู่ซึ่งบางปั๊มอย่างปั๊ม PT ถนนรัตนกิจ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง เปิดให้บริการเพียง 2- 3 ชั่วโมงก็ต้องปิดเนื่องจากมีน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรทำสวน

สังขละบุรีสกัดน้ำมันข้ามแดนเข้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี มอบหมายให้นายดำรงรัตน์ สุภาพัฒน์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ ตชด. 134 บ้านซองกาเลีย และด่านความมั่นคงบ้านน้ำเกิ๊ก ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิดที่มุ่งหน้าไปยังบ้านพระเจดีย์สามองค์ หากพบมีการลำเลียงน้ำมันบรรจุแกลลอนให้ดำเนินการตรวจยึดทันที เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกราชอาณาจักรตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569

ขณะที่บรรยากาศบริเวณสถานีบริการน้ำมัน หจก.แดงบริการ พื้นที่ ม.3 ต.หนองลู ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนในพื้นที่แห่นำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงแกลลอนน้ำมันมาเข้าแถวรอซื้อน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ และเบนซินเป็นจำนวนมาก จนทำให้รถจอดแถวยาวล้นออกมาบนถนนทางหลวงหมายเลข 323 (สังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์) กว่า 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ต้องเข้ามาอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

น.ส.ปัณณธร เตียงเที่ยง ผู้จัดการ หจก.แดงบริการ เปิดเผยว่า วันนี้ยังคงมีน้ำมันจำหน่ายตามปกติ โดยเน้นเติมให้รถที่มารอก่อนเพื่อระเบิดความแออัดภายในปั๊มและบนถนน โดยจำกัดการเติมรถยนต์คันละไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนผู้ที่นำแกลลอนมาซื้อต้องลงทะเบียน รับบัตรคิว และแจ้งรายละเอียดชื่อ-ที่อยู่ เพื่อป้องกันการนำน้ำมันไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยจำกัดคนละไม่เกิน 500 บาทเท่านั้น

สำหรับราคาน้ำมันในพื้นที่อำเภอสังขละบุรียังคงจำหน่ายในราคาปกติ ไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด

พญาตองซูขาดแคลนน้ำมันหนัก

ด้านข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า ขณะนี้เมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมา กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก เนื่องจากทางการเมียนมาไม่อนุญาตให้ขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันทั้ง 3 แห่งในเมืองพยาตองซูไม่มีน้ำมันจำหน่ายมาแล้ว 2-3 วัน จนราคาในตลาดมืดพุ่งสูงถึงลิตรละ 80 บาท ทำให้มีความพยายามลักลอบนำน้ำมันจากฝั่งไทยไปขายเพื่อหวังกำไรที่ต่างกันเกือบ 2 เท่าตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้พื้นที่บางส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี (อ.สังขละบุรี และ อ.เมือง บริเวณด่านพุน้ำร้อน) เป็นเขตควบคุมสินค้าชายแดนตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อสกัดกั้นขบวนการสินค้าเถื่อน กลุ่มทุนสีเทา และสินค้าหนีภาษี โดยเน้นคุมเข้มการนำเข้า-ส่งออกสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ไฟฟ้า

นายกฯเรียกถกมาตรการพลังงาน

เวลา 14.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาค นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อหารือถึงแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

นายเอกนิติ เปิดเผยก่อนร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯ เรียกประชุมหลังจากเมื่อสักครู่ราคาน้ำมันลดลงมานิดหน่อยแล้ว เพราะกลุ่มประเทศ G7 ออกมาปล่อยน้ำมันสำรอง จึงทำให้ราคาน้ำมันผันผวน

อย่างไรก็ตาม จะมีการนำผลการประชุมดังกล่าว เข้าหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ด้วย และจะแถลงข่าวต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top