วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’เผยสถิติขอจดทะเบียน/แจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาในไทย 2 เดือนแรกปี 2569 ยอดรวมกว่า 14,394 คำขอ ‘เทรนด์สุขภาพ’ยังพุ่งแรง ติด Top5 คำขอ IP หลายประเภท
18 มีนาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) ในไทย ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กุมภาพันธ์) มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกว่า 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (11,710 คำขอ) และมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 2,524 รายการ เพิ่มขึ้น 4.38% จากปี 2568 (2,418 รายการ) ภาพรวมเทรนด์สุขภาพยังคงมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา (14,394 คำขอ) ดังนี้
1) เครื่องหมายการค้า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 9,025 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.22% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (8,829 คำขอ) สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด (1,206 คำขอ) ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต และการส่งเสริมบริการ Fast Track ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ รองลงมาคือ สินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม (1,183 คำขอ) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ (1,103 คำขอ) สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น
ตามมาด้วย เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (1,026 คำขอ) และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร (703 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 52% และต่างชาติ 48% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท มาสเตอร์ อโกรเทค จำกัด ในธุรกิจอาหารเสริมพืชและปุ๋ยของไทย (48 คำขอ) รองลงมาคือ บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี (47 คำขอ) ตามด้วย บริษัท ยูนีซัน จำกัด ในธุรกิจด้านเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ของไทย (44 คำขอ) บริษัท ไลน์แมน คอร์ปอเรชั่น พีทีอี.แอลทีดี จากสิงคโปร์ (30 คำขอ) และบริษัท กวางตง ชุนเท็กซ์ อีลิท อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี โด.,แอลทีดี ในธุรกิจด้านเทคโนโลยีจากจีน (24 คำขอ)
ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 6,470 เครื่องหมาย ลดลง 11.94% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (7,347 เครื่องหมาย) ซึ่งจากตัวเลขการจดทะเบียนที่ลดลง สาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากผู้ยื่นคำขอบางส่วนยังไม่ได้มาชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,500 คำขอ อย่างไรก็ดี คำขอดังกล่าวยังไม่ได้ถูกปัดตก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเวลาที่สามารถชำระค่าธรรมเนียมได้ภายใน 60 วัน นับจากวันที่กรมฯ มีหนังสือแจ้งให้ชำระค่าจดทะเบียน กรมฯ จึงขอเน้นย้ำให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว
2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 1,254 คำขอ ลดลง 6.49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (1,341 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ (170 คำขอ) สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ (106 คำขอ) ตามมาด้วย นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ (48 คำขอ) อาหารและเครื่องดื่ม (32 คำขอ) และวัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง (28 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 9% และต่างชาติ 91%
สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา (43 คำขอ) บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น (36 คำขอ) บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น (23 คำขอ) บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น (21 คำขอ) และบริษัท โนเกีย เทคโนโลยี โอวาย จากฟินแลนด์ (16 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,113 ฉบับ เพิ่มขึ้น 24.50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (894 ฉบับ)
3) อนุสิทธิบัตร ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 720 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (701 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม (81 คำขอ) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ตามมาด้วย ยาสมุนไพร (33 คำขอ) สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ (32 คำขอ) อุปกรณ์ทางการแพทย์ (30 คำขอ) และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ (15 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร เป็นคนไทย 96% และต่างชาติ 4%
สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (35 คำขอ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (26 คำขอ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (19 คำขอ) มหาวิทยาลัยทักษิณ (17 คำขอ) และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (16 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 440 ฉบับ เพิ่มขึ้น 31.34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (335 ฉบับ)
4) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 871 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.81% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (839 คำขอ) สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ (98 คำขอ) ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 รองลงมาคือ ลวดลายผ้า (93 คำขอ) ตามมาด้วย เครื่องประดับ (78 คำขอ) อุปกรณ์ก่อสร้าง (67 คำขอ) และรถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (65 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 65% และต่างชาติ 35%
สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นชาวไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (31 คำขอ) บริษัท เอส วินเทค ฟาซาด ดีไซน์ จำกัด (24 คำขอ) บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด (21 คำขอ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (15 คำขอ) และนายสุนทร ปราชญ์นิวัฒน์ (15 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,249 ฉบับ เพิ่มขึ้น 70.63% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (732 ฉบับ)
5) ลิขสิทธิ์ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูล 2,524 ผลงาน เพิ่มขึ้น 4.38% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (2,418 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) 1,034 ผลงาน ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ) 746 ผลงาน ดนตรีกรรม 548 ผลงาน โสตทัศนวัสดุ 149 ผลงาน และงานอื่นใด (งานทอผ้า งานเย็บปักถักร้อย) 21 ผลงาน ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ เป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1%
สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ (102 ผลงาน) มหาวิทยาลัยมหิดล (98 ผลงาน) มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (34 ผลงาน) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (28 ผลงาน) และบริษัท สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (24 ผลงาน) อย่างไรก็ดี ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น
นางอรมน เสริมว่า กรมฯ ได้เดินหน้าเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและพัฒนางานบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการวางแผนและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยสืบค้นข้อมูลในกระบวนการตรวจสอบคำขอได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตลอดจนจัดให้มีช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียน ผ่านบริการ Fast Track เครื่องหมายการค้า กรณีต้องนำหลักฐานการจดทะเบียนไปแสดงต่อหน่วยงานราชการอื่น จะทราบผลการพิจารณาครั้งแรกภายใน 3 เดือน (จากเดิม 10 เดือน) นับจากวันยื่นคำขอ และสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับสินค้าที่จะขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล จะทราบผลภายใน 4 เดือนนับจากวันยื่นคำขอ บริการ Fast Track ด้านสิทธิบัตร สำหรับนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ทราบผลภายใน 12 เดือน (จากเดิม 38.5 เดือน) นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ และอนุสิทธิบัตร ทราบผลภายใน 6 เดือน (จากเดิม 12 เดือน) นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ และ Fast Track สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในสาขานวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมและชิ้นส่วนยานยนต์ ทราบผลภายใน 3 เดือน (จากเดิม 10 เดือน) นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยเข้าสู่ตลาดได้เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่ ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Line Official Account: @dipthailand
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี