วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘กรมการขนส่งทางบก’ขานรับนโยบายรัฐบาล-กระทรวงคมนาคม จัดตั้ง War Room ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการ‘ขนส่ง’ทุกประเภท คุมเข้มค่าโดยสารและการขนส่งสินค้า ไม่เอาเปรียบประชาชน เตรียมชงมาตรการเยียวยาหาก‘วิกฤติพลังงาน’ยืดเยื้อ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก กระทรวงคมนาคมโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตามที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
“กรมการขนส่งทางบก ขานรับนโยบายรัฐบาล กระทรวงคมนาคม โดยได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ และกองตรวจการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือเรียกเก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่กำหนด พร้อมกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทอย่างใกล้ชิด และห้ามผู้ประกอบการปรับขึ้นค่าโดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฉวยโอกาสเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยเด็ดขาด” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าว
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวอีกว่า กรมการขนส่งทางบกได้ติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนการประกอบการขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลกระทบและพิจารณามาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการให้สามารถดำเนินกิจการและใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับภาคการขนส่งสินค้าได้ประสานสมาคมสหพันธ์ภาคเอกชนให้ดำเนินกิจการขนส่งสินค้า เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ไม่ให้มีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชน
นายสรพงศ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกและสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเร่งรัดผลักดันการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถ ให้สามารถขับรถบรรทุกได้อย่างปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง ซึ่งจะช่วยให้ภาคการขนส่งทางถนนใช้พลังงานอย่างประหยัดในภาพรวม
นายสรพงศ์ ระบุว่า กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ DLT-TMS ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการงานขนส่งที่จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถบริหารจัดการงานขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการขนส่งเที่ยวเปล่า ช่วยให้ประหยัดพลังงานในการขนส่งอีกด้วย
“กรมการขนส่งทางบก กำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เก็บข้อมูลผลกระทบด้านต้นทุน เพื่อเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาต่อกระทรวงคมนาคม หากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยไม่กระทบกับประชาชน” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี