วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นับถอยหลัง! “ดีอี-ขนส่ง”เตรียมพิจารณา 11 พ.ค.นี้ ต่อใบอนุญาต“แอปเรียกรถค่ายดัง”หรือไม่ เผยพบสถิติร้องเรียนแอปฯต่างๆ พุ่งนับพันคดี เตือนรัฐคุมเข้มผู้ให้บริการ
ความคืบหน้ากรณีนักเรียนหญิงถูกคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเรียกจากแอปพลิเคชันเรียกรถค่ายดัง พยายามก่อเหตุล่วงละเมิดเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว และพบว่าเป็นการสวมสิทธิคนขับที่ลงทะเบียนไว้มาให้บริการ แต่ทางฝั่งแอปเรียกรถค่ายดัง ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ก็อาจต้องได้รับผลกระทบไปด้วยว่า จะได้รับการต่ออายุใบอนุญาตหรือไม่
โดยแหล่งข่าวจาก กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แจ้งว่า กรณีที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นความผิดของบุคคล แต่แอปเรียกรถค่ายดัง ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของการให้บริการแพลตฟอร์มก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยก่อนหน้านี้ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า วันที่ 11 พ.ค.นี้ จะเป็นเส้นตายที่ตัดสินว่า จะมีการต่อใบอนุญาตให้บริการแก่บริษัทเจ้าของแพลทฟอร์มหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า กระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลแพลตฟอร์ม ก็ได้รับทราบแล้วและเตรียมดำเนินการพิจารณาเช่นกัน
ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญที่จะตัดสินว่าแอปเรียกรถค่ายดัง จะได้รับการพิจารณาว่า มีคุณสมบัติเพียงพอต่อการต่อใบอนุญาตหรือไม่ คือ แอปเรียกรถค่ายดัง ต้องส่งรายงานเพื่อนำเสนอรายละเอียดข้อแก้ไขเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นการยกระดับระบบการตรวจสอบ (KYC) และการคัดกรองผู้ขับขี่ให้มีความปลอดภัยและโปร่งใสตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด ก็จะไม่มีการพิจารณาต่อใบอนุญาตให้
“เมื่อวันที่ 29 เม.ย.มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกันของผู้บริหาร 3 หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปลัดกระทรวงดีอี อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ส่งสัญญาณว่าจะเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายกำกับดูแลบริการแอปเรียกรถ จึงต้องรอดูว่า หลังจากนี้ แอปเรียกรถค่ายดัง จะมีการดำเนินการภายในเพื่อให้การประกอบธุรกิจในประเทศไทยเป็นไปตามกฎหมายการกำกับดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) อย่างไร ภายในกรอบเวลาที่เหลืออยู่ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ” แหล่งข่าวกล่าว
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ท่ามกลางกระแสความนิยมของการใช้บริการเรียกรถผ่านแอปมีการขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา พบสถิตจากการร้องเรียนและที่เป็นข่าวผ่านสื่อ เช่น การทำอันตรายต่อผู้โดยสาร คนขับไม่ตรงปก หรือเป็นคนละคนกับผู้ที่ลงทะเบียนเอาไว้ และการมีคนต่างด้าวเข้ามาลงทะเบียนเป็นคนขับของแอปพลิเคชันผู้ให้บริการบางรายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเฉพาะสถิติที่กรมการขนส่งทางบกรวบรวมไว้ ก็พบว่ามีผู้ให้บริการรายหนึ่งถูกร้องเรียนมากกว่า 2,000 เรื่อง หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของยอดร้องเรียนทั้งตลาดที่มีผู้ให้บริการอยู่ 9 ราย
ขณะที่ การแสดงความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม ยังจำกัดอยู่แค่การแบนคนขับที่เป็นผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมในการชดเชยความเสียหายให้กับผู้โดยสาร ตลอดจนมาตรการที่ชัดเจนในการทำธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์การกำกับดูแลบริการประเภทนี้ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานที่กำกับดูแลควรต้องพิจารณา และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับทางแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างบรรทัดฐานของมาตรฐานความปลอดภัยให้กับธุรกิจในกลุ่มบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นบริการเรียกรถผ่านแอป
ก่อนหน้านี้ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงดีอี เคยให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยของผู้โดยสารที่ใช้บริการ Ride Sharing สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความเข้มข้นของการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย โดยที่ผ่านมา ETDA ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS ได้มีการหารือร่วมกับ ขบ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเข้าหารือเพื่อกำชับถึงการดำเนินงานและการให้บริการให้สอดคล้องกับ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือ ประกาศ Ride Sharing Platform” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี