537.jpg
ปลดล็อกรถพ่วงข้าง ‘ขนส่ง’ไฟเขียวจดทะเบียนได้

ปลดล็อกรถพ่วงข้าง ‘ขนส่ง’ไฟเขียวจดทะเบียนได้

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

ปลดล็อกรถพ่วงข้าง ‘ขนส่ง’ไฟเขียวจดทะเบียนได้

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาปรับปรุงมาตรการเพื่อรองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง , รถจักรยานยนต์ (จยย.) พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่นๆ ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต ที่อยู่คู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน


“แต่ปัจจุบันรถบางส่วนอาจยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกเห็นควรสนับสนุนวิถีชีวิตชุมชน ควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางถนน จึงได้ปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน” โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าว

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวอีกว่า กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง โดยให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องติดตั้งส่วนพ่วงข้างไว้ทางด้านซ้ายของตัวรถจักรยานยนต์ มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทรงตัวหรือการควบคุมรถ

นอกจากนี้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น จุดยึดพ่วงที่มั่นคง ระบบห้ามล้อที่สามารถลดความเร็วหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สะท้อนแสงที่ช่วยให้ผู้ร่วมใช้ทางสามารถสังเกตเห็นตัวรถได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือในสภาพแสงน้อย อันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเฉี่ยวชน และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนน โดยให้จดทะเบียนเป็นประเภทรถจักรยานยนต์ (รย.12) ลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท  

“กรมการขนส่งทางบกขอเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง และยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ เพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นายฐิติพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองได้รายงานผลการสำรวจ “รถพุ่มพวง” และ “รถพ่วงข้าง” ของฝ่ายปกครองใน 878 อำเภอ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ณ เดือนเมษายน 2569 พบว่า มีรถพุ่มพวงในรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง สามล้อพ่วงข้าง 22,302 คัน และรถยนต์ 10,377 คัน

สำหรับการสำรวจ “รถพุ่มพวง” เป็นนโยบายเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ “เยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน” ผ่านการจัดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษในโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” ซึ่งจำหน่ายต่ำกว่าท้องตลาดเฉลี่ยร้อยละ 30-60 ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นกว่า 200 รายการ ซึ่งในพื้นที่ห่างไกลหรือที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงตลาดนัดหรือร้านค้าธงฟ้าได้ จึงกำหนดแนวทางกระจายสินค้าในรูปแบบ “ตลาดเคลื่อนที่” และ “รถพุ่มพวง” เพื่อให้ประชาชนทุกชุมชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง โดยเปิดรับผู้ประกอบการรถพุ่มพวง หรือรถพ่วงข้าง ร่วมโครงการ 3,800 คัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top