วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการกำลังร่วมกันในพื้นที่อำเภอแม่สอด โดยมีฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอดเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตาก สาขาแม่สอด เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 สถานีตำรวจภูธรแม่สอด เจ้าหน้าที่ศุลกากร และหน่วยทหาร ร.1411 ฉก.ราชมนู จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางเป็นรถบรรทุกน้ำมันดีเซล ปริมาณกว่า 20,000 ลิตร รวมถึงถังบรรจุและอุปกรณ์ปั๊มดูดน้ำมันอัตโนมัติ โดยเหตุเกิดบริเวณท่า 11 คลัง 8 ตำบลท่าสายลวด
จากการตรวจสอบพบว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการลักลอบขนส่งน้ำมันเพื่อเตรียมนำออกนอกประเทศผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงเข้าดำเนินการจับกุมและส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และข้อสั่งการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กำชับให้เร่งปราบปรามการลักลอบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจและภาษีของประเทศ
ข้อมูลจากกรมสรรพสามิตระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 ถึงปัจจุบัน พบการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแล้ว 55 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับรวมกว่า 7.6 ล้านบาท และสามารถตรวจยึดน้ำมันเชื้อเพลิงได้รวมกว่า 519,215 ลิตรกรมสรรพสามิตยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรการตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง สร้างความเป็นธรรมทางภาษี และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี