‘PCE’เร่งผลิตไบโอดีเซลขานรับนโยบายภาครัฐดันB10-B20

‘PCE’เร่งผลิตไบโอดีเซลขานรับนโยบายภาครัฐดันB10-B20

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ขานรับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล จาก B5 สู่ B7 และผลักดัน B10 และ B20 โดยพร้อมเดินเครื่องผลิตไบโอดีเซลอย่างเต็มกำลัง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านบริษัท นิว ไบโอดีเซล ซึ่งเป็นบริษัทย่อย หนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ

  นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า จากที่ทางภาครัฐได้มีนโยบายในการส่งเสริมการผสมไบโอดีเซล (B100) จากระดับ B5 เป็น B7 และผลักดันนโยบาย B10 และ B20 จะส่งผลให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่ต่ำลง และส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ


  โดยในปี 2568 ไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ 3.9 ล้านตัน หากเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น B10 ต้องใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 0.9-1.3 ล้านตัน ซึ่งวัตถุดิบยังมีเพียงพอรองรับ โดยสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่ส่งออกปีละ 1.2 ล้านตัน เปลี่ยนมาผลิตเป็นไบโอดีเซลได้ทันที และจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารและการบริโภคในประเทศ

  ทั้งนี้ PCE ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรของประเทศไทย มีความพร้อมหากภาครัฐมีนโยบายออกมาชัดเจน และมีผลบังคับใช้การผสมไบโอดีเซลที่สูงขึ้น เนื่องจาก บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ PCE ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีศักยภาพด้านกำลังการผลิตไบโอดีเซลที่สูงกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือประมาณ 39.0 ล้านลิตรต่อเดือน นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล (B100) อย่างเต็มรูปแบบ

“PCE ประเมินว่าหากนโยบายการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลบวกต่อการดำเนินงานโดยตรง คาดการณ์ว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ยอดขายและรายได้ของ PCE ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจาก PCE มีจุดแข็งด้านวัตถุดิบที่เพียงพอสามารถป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซลได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบของ PCE มีกำลังการผลิตรองรับสูงถึง 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน และกำลังขยายโรงสกัด เฟส 3 ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรวมทั้งหมดของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันต่อวัน ส่งผลให้ PCE  มีศักยภาพในการควบคุมวัตถุดิบในการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำ พร้อมป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตไบโอดีเซลของกลุ่มบริษัทอย่างไม่มีสะดุด”นายพรพิพัฒน์ กล่าว

  โดย PCE เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์มสำหรับบริโภคและภาคอุตสาหกรรม โรงงานผลิต B100 ตลอดจนคลังจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ทั้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยระบบโลจิสติกส์การขนส่งทางบกและทางน้ำ โดยโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ทำให้ PCE สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีคุณภาพ ลดความผันผวน และพร้อมตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญสร้างรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top