วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนกรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน หรือแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มใหม่ล่าสุดของกรมฯ ที่กำหนดให้หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการซึ่งลงลายมือชื่อขอจดทะเบียน ต้องมีหนังสือยืนยันว่าผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัททุกคนได้ร่วมลงทุนและชำระค่าลงทุนจริง รวมทั้งไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี ซึ่งจะช่วยยกระดับการป้องกันมิให้ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) แก่คนต่างด้าวในการประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสาเหตุที่ต้องออกมาตรการเพิ่ม เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 กรมฯ ได้ออกคำสั่งซึ่งกำหนดให้การขอจดทะเบียนตั้งนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 หรือมีชาวต่างชาติร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี ส่งหลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) ของผู้ถือหุ้นคนไทยเพื่อตรวจสอบการลงทุนจริง ทำให้การขอจดทะเบียนที่มีลักษณะอาจเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในลักษณะนอมินีลดลงร้อยละ 65 แต่ได้ตรวจสอบพบว่ายังมีการหลีกเลี่ยงมาตรการดังกล่าวจึงได้ออกคำสั่งเพิ่มเติม
สำหรับกรณีคำสั่งใหม่ที่ให้ผู้ขอจดทะเบียนได้ยืนยันข้อมูล กรมฯ จะส่งรายชื่อบุคคลที่ยืนยันที่อาจมีพฤติกรรมเสี่ยงให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการตรวจสอบต่อด้วยทุกราย ทั้งนี้ขอเตือนว่าการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่กรณี รวมถึงอาจเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรการใหม่นี้จึงมีบทบาทสำคัญในการคัดกรองและลดความเสี่ยงของการใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัญหา ‘นอมินี’ เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานแล้ว ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีบริษัทจำกัดที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ 0.01 - 49.99 ถึงจำนวน 118,016 ราย ซึ่งโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าวนี้ ทำให้บริษัทมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย แม้จะมีบางส่วนที่มีการร่วมทุนกันจริงระหว่างคนไทยกับคนต่างชาติ แต่ก็มีจำนวนมากที่มีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินี ซึ่งกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันทางธุรกิจและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของไทย
การออกคำสั่งใหม่นี้จึงเป็นการสร้างความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้มีการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งกรมฯ ต้องการให้ธุรกิจที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจในประเทศไทยดำเนินและประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งประชาชนอย่างแท้จริง นำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศ
“ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอย้ำเตือนว่าก่อนที่คำสั่งฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป หากตรวจพบการจดทะเบียนธุรกิจที่ผิดปกติและมีความเป็นไปได้ที่จะเร่งดำเนินการเพื่อหลบเลี่ยงผลของมาตรการตามคำสั่งใหม่ โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ที่มีความสุ่มเสี่ยงและมักพบปัญหาการใช้คนไทยเป็นนอมินีจำนวนมาก กรมฯ จะตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษเป็นรายๆ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทุกราย” นายพูนพงษ์กล่าว
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี