เอกชนโอดสงคราม ผลักต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง70%

เอกชนโอดสงคราม ผลักต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง70%

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

เอกชนโอดสงคราม ผลักต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง70%

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้นน้ำมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ขณะที่อุตสาหกรรมกลางน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก เผชิญกับราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 50-70% ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเฉพาะ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบและขนส่งที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน


สำหรับแนวทางการรับมือ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง เน้นการใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง Ecosystem ของซัพพลายเชนประเทศไทย และจัดทำสต็อกให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิล หรือวัตถุดิบอื่นที่ทดแทนได้ รวมถึงยกระดับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อลดต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ตลอดจนผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในบริบทโลกที่กำลังก้าวสู่ยุคการทวนกระแสโลกาภิวัฒน์

ขณะที่ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมี ระบุว่า ภาคการผลิตยังดำเนินการได้เต็มศักยภาพสามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้เพียงพอ โดยเม็ดพลาสติกประเภทโพลิเอทิลีน (Polyethylene: PE) ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด ฝาขวด และถุงหูหิ้ว ยังมีซัพพลายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร อาทิ ซองอาหาร ถุงร้อน และกล่องพลาสติก อาจตึงตัวในบางช่วง แต่ยังสามารถบริหารซัพพลายได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ แม้ได้รับผลกระทบ แต่ยังควบคุมได้

กลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมี ยืนยันแนวทางบริหารซัพพลาย โดยให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศเป็นลำดับแรก (Domestic First) ควบคู่กับการบริหารสต็อก และการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการขาดแคลนในบางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งทำงานร่วมกับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการวางแผนความต้องการล่วงหน้า และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบทดแทน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และยืนยันว่าซัพพลายยังคงเพียงพอ รองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ด้านบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ยืนยันว่า ยังเดินเครื่องผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนเต็มกำลัง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าซัพพลายเม็ดพลาสติก PE ในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้เม็ดพลาสติกบางประเภท เช่น โพลิโพรพิลีน ตึงตัวบางช่วง จากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและข้อจำกัดด้านการนำเข้า เนื่องจากหลายประเทศให้ความสำคัญกับการดูแลซัพพลายเชนภายในประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวดังกล่าว GC เตรียมกลับมาเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์อีก 1 หน่วยในเดือนเมษายนนี้ ภายหลังหยุดซ่อมบำรุงตามแผนแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตโพรพิลีน (Propylene) วัตถุดิบตั้งต้นของเม็ดพลาสติก PP ให้แก่ผู้ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดยรวม โดย GC ทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตร เพื่อบริหารจัดการซัพพลายเชนตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถส่งถึงลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top