วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘ดัชนีMPI’ก.พ.69หดตัว0.04% ชี้ความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบต้นทุนผู้ประกอบการ
27 มีนาคม 2569 นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 97.70 หดตัว0.04 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.21% เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากโรงกลั่นบางโรงหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราว โดยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว 4.82 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยลดลง อีกทั้งความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อกระทบบรรยากาศการค้าโลก ทั้งความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานที่อาจปรับสูงขึ้น
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่ การใช้จ่ายของประชาชนขยายตัว โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีเทศกาลที่กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนทั้งเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ คาดว่าในส่วนของเทศกาลตรุษจีนมีเงินสะพัดกว่า 54,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทศกาลวาเลนไทน์มีเงินสะพัดเกือบ 2,900 ล้านบาท ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เครื่องประทินผิว เป็นต้น อีกทั้งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หมูแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง มันฝรั่งทอดกรอบ และไส้กรอก

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนมีนาคม 2569 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง และมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่วนปัจจัยในประเทศโดยรวมส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องเฝ้าระวังประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า
“ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาลและการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว และในปี 2569 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยง ด้านนโยบายการค้าโลกและทิศทางการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องจับตามองผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงาน” นายศุภกิจ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลผู้ประกอบการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงส่งเสริมการใช้ Local Content และ Made in Thailand อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ยังมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังมีอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่สามารถสร้างโอกาสและต่อยอดได้ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และบรรจุภัณฑ์กระดาษ
นายศุภกิจ กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ น้ำมันปาล์ม ขยายตัว 59.91% เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ขยายตัว32.60% เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ขยายตัว12.71% ขณะที่อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวลดลง 4.82 % เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป หดตัว 14.19% และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ หดตัวลดลง 5.35 %
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี