533.jpg
MPIมี.ค.โต0.75% ‘ปิโตรเลียม-ยานยนต์’แรงหนุน

MPIมี.ค.โต0.75% ‘ปิโตรเลียม-ยานยนต์’แรงหนุน

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.30 น.

MPIมี.ค.โต0.75% ‘ปิโตรเลียม-ยานยนต์’แรงหนุน

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 108.69 ขยายตัวร้อยละ 0.75 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราใช้กำลังผลิตร้อยละ 64.61 ส่งผลให้ภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาสแรก ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 102.76 ขยายตัวร้อยละ 0.83 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราใช้กำลังผลิตร้อยละ 61.26


นายศุภกิจ กล่าวว่า การขยายตัวของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2569 มีแรงสนับสนุนสำคัญจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและยานยนต์ที่กลับมาขยายตัว โดยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมขยายตัวร้อยละ 1.48 และอุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัวร้อยละ 0.55 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวในระดับสูง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) ขยายตัวร้อยละ 21.10 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนมีนาคม 2569 มีจำนวน 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หมูแช่แข็ง มันฝรั่งทอดกรอบ เบียร์ และไส้กรอก ขณะเดียวกันเสถียรภาพและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปอย่างราบรื่นตามกรอบระยะเวลา ได้ส่งผลดีต่อความต่อเนื่องของมาตรการและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้า ดังนั้นการติดตามและบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิดควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุปสงค์ภายในประเทศ จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประคับประคองภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป โดยปี 2569 คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยงจากนโยบายการค้าโลก รวมถึงได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในระยะถัดไป

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนเมษายน 2569 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น” โดยปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตในหลายประเทศ ส่วนปัจจัยในประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

ขณะที่ยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2026 มียอดรวม 132,951 คัน เพิ่มขึ้น 55,572 คัน คิดเป็นร้อยละ 71.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของความต้องการรถยนต์สมัยใหม่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่ผันผวนและอยู่ในระดับสูง ประกอบกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับยานยนต์ประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษต่ำมากขึ้น ขณะเดียวกัน มาตรการส่งเสริมของภาครัฐ ทั้ง EV 3.0 และ EV 3.5 รวมถึงมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ Hybrid และ Mild Hybrid ได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างอุปสงค์และเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

“สศอ. คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้การผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ดัชนีอุตสาหกรรมยานยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น และสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ของภูมิภาคต่อไป” นายศุภกิจ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top