วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
16 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลเอก มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาและอดีตผู้นำคณะรัฐประหาร เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความชอบธรรมทางการเมืองและการทูตให้กับรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการติดต่อทางการทูตระดับสูงสุดระหว่างทั้งสองประเทศ โดยมิน อ่อง หล่าย มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน หลังจากเพิ่งเดินทางเยือนอินเดียเมื่อปลายเดือนก่อน และเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี
ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าและนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเมียนมา โดยมีโครงการสำคัญหลายแห่ง ทั้งท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติข้ามประเทศ รวมถึงท่าเรือน้ำลึกที่เชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจสู่มหาสมุทรอินเดีย

นอกจากนี้ จีนยังถือเป็นพันธมิตรทางการทูตและผู้สนับสนุนสำคัญของกองทัพเมียนมา พร้อมทั้งมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างกองทัพกับกองกำลังชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนบางพื้นที่
เมียนมาตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองนับตั้งแต่กองทัพนำโดยมิน อ่อง หล่าย ทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ส่งผลให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ก่อนลุกลามเป็นการสู้รบระหว่างกองทัพกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายประชาธิปไตยและกองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่ม
รายงานระบุว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 93,000 คน และมีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศกว่า 3.7 ล้านคน
แม้จะยังเผชิญสงครามกลางเมือง แต่กองทัพเมียนมาได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 โดยไม่มีพรรคฝ่ายค้านสำคัญเข้าร่วม ส่งผลให้พรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย และเปิดทางให้มิน อ่อง หล่าย ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

คณะผู้แทนที่ร่วมเดินทางไปจีนครั้งนี้ยังรวมถึงผู้นำรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของเมียนมา สะท้อนให้เห็นว่าการหารืออาจมุ่งเน้นเรื่องการค้าชายแดน การลงทุน และการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ร่วมกัน
หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาคือโครงการเขื่อนมิตโสน มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรัฐคะฉิ่น ซึ่งเป็นโครงการที่จีนสนับสนุนและถูกระงับมาตั้งแต่ปี 2011 โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจถูกหยิบยกขึ้นมาหารือเพื่อพิจารณารื้อฟื้นอีกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี