533.jpg
DIPเร่งเครื่องดันGIไทย ไตรมาส1ขึ้นทะเบียนใหม่8รายการ

DIPเร่งเครื่องดันGIไทย ไตรมาส1ขึ้นทะเบียนใหม่8รายการ

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกปี 2569 กรมฯได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไปแล้ว 8 รายการ ได้แก่ 1.ชมพู่คลองหาด (สระแก้ว) 2.ส้มโอเวียงแก่น (เชียงราย) 3.ปลานิลสายน้ำไหลเบตง (ยะลา) 4.กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต 5.ครกดินเผาบ้านกลาง (นครพนม) 6.ผ้าย้อมครั่งลำปาง 7.ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ และ 8.แตงโมหวานยโสธร ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมีสินค้า GI จำนวนทั้งสิ้น 254 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดรวม 115,224 ล้านบาท

สำหรับในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2569 กรมฯจะเดินหน้าผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยเข้าสู่ระบบคุ้มครอง GI อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนขึ้นทะเบียน GI ไทยเพิ่มอีก 18 รายการ อาทิ ปลาสลิดบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำตาลมะพร้าวแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก เนื้อครามสกลนคร นมวาริช (สกลนคร) เป็นต้น และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปี 2569 จะสามารถขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยได้รวม 272 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ขึ้นทะเบียน GI ในไทยเท่านั้น กรมฯยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง GI ไทยในต่างประเทศด้วย ซึ่งจะช่วยต่อยอดโอกาสทางการค้าได้อีกมาก โดยในปี 2569 กรมฯผลักดันสินค้า GI ไทย มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป (27 ประเทศสมาชิก) ได้สำเร็จ ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศ รวม 11 รายการ ใน 33 ประเทศ อาทิ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ,กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ,ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) ขึ้นทะเบียนในมาเลเซีย ,ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ขึ้นทะเบียนในเวียดนาม เป็นต้น

นอกจากนี้ล่าสุดมีสินค้า GI ไทยที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนในต่างประเทศอีก 8 รายการ ใน 3 ประเทศ โดยหน่วยงานของต่างประเทศอยู่ระหว่างพิจารณาคำขอ ประกอบด้วย จีน 3 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) และมะขามหวานเพชรบูรณ์ ,ญี่ปุ่น 4 รายการ ได้แก่ กล้วยหอมทองหนองบัวแดง (ชัยภูมิ) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะขามหวานเพชรบูรณ์ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และเวียดนาม 2 รายการ ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ (นครราชสีมา) และมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และในปี 2569 นี้เตรียมยื่นคำขอขึ้นทะเบียน GI ไทยในต่างประเทศอีก 1 รายการ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ในมาเลเซีย

นางอรมน กล่าวว่า การส่งเสริมการควบคุมคุณภาพสินค้า GI ในปี 2569 กรมฯวางแนวทางดำเนินงานพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยอย่างถูกต้องและแพร่หลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้า GI ที่มีคุณภาพตรงตามที่คาดหวัง โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่จัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 210 รายการ คิดเป็น 83% ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด และมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยแล้วกว่า 17,918 ราย ซึ่งกรมฯมีแผนผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ GI ที่เหลือเข้าสู่การจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ และขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณสมบัติที่ขอขึ้นทะเบียนไว้

นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมการทำระบบ GI SMARTTRACE เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code และเข้าถึงข้อมูลที่มาของสินค้า GI นั้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่แหล่งปลูก เพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว การแปรรูป เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีสินค้า GI ที่ทำระบบ GI SMARTTRACE แล้ว 3 รายการ ได้แก่ ทุเรียนนท์ ปลากุเลาเค็มตากใบ (นราธิวาส) และมังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) โดยกรมฯจะส่งเสริมการจัดทำระบบดังกล่าวในสินค้า GI รายการอื่นๆต่อไป

ในขณะเดียวกันจะเดินหน้าขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการจัดแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรสนับสนุนสินค้า GI สู่ผู้บริโภคในวงกว้าง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ผ่านการอบรมองค์ความรู้ด้านการตลาด การบริหารจัดการ และการยกระดับมาตรฐานสินค้า GI รวมทั้งมุ่งยกระดับวัตถุดิบ GI สู่การพัฒนาเป็นสินค้ามูลค่าสูงและเมนูอาหารระดับพรีเมียม ต่อยอดสู่ธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง และเชื่อมโยงสินค้า GI เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนในระยะยาว

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top