533.jpg
โบรกจับตาหุ้นไทย ‘หลุมหลบภัย’ในวิกฤติสงคราม

โบรกจับตาหุ้นไทย ‘หลุมหลบภัย’ในวิกฤติสงคราม

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

โบรกจับตาหุ้นไทย ‘หลุมหลบภัย’ในวิกฤติสงคราม

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า หลังสงครามยืดเยื้อแล้วกว่า 4 สัปดาห์ บล.ทิสโก้ มีการปรับฉากทัศน์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความเคลื่อนไหวของ SET Index ในปัจจุบัน โดยคาดการณ์กรณีฐาน (ให้น้ำหนัก 80%) ว่าจะเจรจาได้ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าภายในเดือน เมษายน คาดว่าราคาน้ำมันจะทยอยอ่อนตัวลงสู่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล กระทบ GDP ราว 0.2-0.3 ppt จากการเติบโต GDP ปีนี้เดิมที่ บล.ทิสโก้ ประเมินไว้ที่ 1.8% และเป้าหมาย SET Index อยู่ที่ 1,430 จุด คาดการณ์ SET EPS ถูกปรับลดลงราว 5%


ทั้งนี้ หากสถานการณ์บานปลาย (Worse Case ให้น้ำหนัก 20%) ราคาน้ำมันจะค้างสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โดย GDP ปีนี้อาจเติบโตได้เพียง 1.0% ส่งผลให้เป้าหมาย SET Index ปรับลดลงเหลือ 1,300 จุด คาดการณ์ SET EPS ถูกปรับลดลงราว 10%) โดยยังต้องติดตามผลกระทบลูกโซ่ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดแคลนน้ำมัน วัตถุดิบ สินค้าด้วย เพราะจะกระทบต่อภาคธุรกิจในวงกว้างขึ้น

นายอภิชาติ เชื่อว่า รัฐบาลใหม่จะเผชิญงานที่ท้าทายอย่างมากอันดับแรก คือ วิกฤติพลังงาน ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ที่สำคัญอยู่ภายใต้สถานการณ์ภาระหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน ทำให้ต้องเลือกเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงที่คุ้มค่างบประมาณให้มากที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงผลลัพธ์การทำงานของรัฐบาลใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร 

นายอภิชาต กล่าวว่า บล.ทิสโก้ มองภาพตลาดหุ้นไทย คือ “หลุมหลบภัย” ในช่วงตลาดโลกขาลง คล้ายกับที่เกิดขึ้นปี 2022 ที่มีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น วิกฤติพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED สะท้อนในผลตอบแทนหุ้นไทยที่ยังเป็นบวกปีนี้ (+15% YTD) สวนทางหุ้นโลกที่ปรับตัวลง ส่วนหนึ่งนอกจากจะเป็นเพราะหุ้นไทยมีกลุ่มพลังงานและหุ้นโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่สูงราว 1 ใน 5 ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งกำลังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นแล้ว ยังมีความมั่นคงทางอาหารในฐานะ “ครัวของโลก” ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากสถานการณ์สงคราม  ในแง่ของ Valuations หุ้นไทยอยู่ในระดับที่ไม่แพงโดยเฉพาะหากไม่รวมหุ้น DELTA นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงราว 4% เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี

ด้านนายรัฐศักดิ์ พิริยะอนนท์  ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทย ในไตรมาส 2 ปี 2569 จะมีความผันผวนมากขึ้น ในช่วงต้นไตรมาสก่อนสงกรานต์ ตามสถิติแล้วตลาดหุ้นไทยมักจะทำผลงานได้ดี แต่หลังเทศกาลวันหยุดยาวอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังจากความผันผวนที่สูงขึ้น ประเมินกรอบของดัชนีเดือนเมษายน ที่ 1,385-1,480 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามนั้นไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางและแนวโน้มเงินเฟ้อภายหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูง หุ้นแนะนำสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569

ส่วนนายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บล. บัวหลวง กล่าวว่า แนวโน้มเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะกลับมาไหลเข้าตลาดหุ้นไทย แม้ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน ยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก แต่ยังคง “มุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง” ต่อตลาดหุ้นไทย คาดผ่านจุดสูงสุดความขัดแย้ง และเข้าสู่ช่วงลดความรุนแรงลงประเมินกรอบดัชนีเดือนเมษายน ที่ระดับ 1,400-1,500 จุด

สำหรับตัวดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าส่วนหนึ่งมาจากเสถียรภาพรัฐบาลค่อนข้างสูง และ BOI fast pass ทำให้ความเชื่อมั่นการลงทุนของไทยสูงขึ้น หลังกำลังเข้าสู่วัฏจักรลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดาต้าเซ็นเตอร์ และเศรษฐกิจดิจิทัล อีกทั้งเงินลงทุนโดยตรง (FDI) เพิ่มเติมเข้ามาด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top