533.jpg
กรมพัฒนาธุรกิจฯ  หนุน SMEs ไทย ใช้กฎหมายหลักประกันเข้าถึงแหล่งเงินทุน

กรมพัฒนาธุรกิจฯ หนุน SMEs ไทย ใช้กฎหมายหลักประกันเข้าถึงแหล่งเงินทุน

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.53 น.

นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ” (8 เมษายน 2569) ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Unlocking The New Route : ปลดล็อกความรู้ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ” ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจาก จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การจัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านเงินทุน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

การสัมมนาในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ สร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น สิทธิเรียกร้อง สินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์แบบเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs โดยกรมฯ ได้จัดบรรยายพิเศษและเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การเงิน และภาคธุรกิจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการนำกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจไปใช้ รวมถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ การจัดทำเอกสาร การประเมินทรัพย์สิน และขั้นตอนการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบครบวงจร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง


นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนการจัดสัมมนาในส่วนภูมิภาคอีก 2 ครั้ง คือ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับการเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการอย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันให้กลุ่ม SMEs สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

“การส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีสภาพคล่องทางการเงินและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต รองอธิบดีจิตรกรฯ กล่าวสรุป

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 29 มีนาคม 2569) มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจมากกว่า 913,281 คำขอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 22,814,052 ล้านบาท โดยทรัพย์สิน 3 ประเภทที่ธุรกิจนำมาใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด คือ 1.สิทธิเรียกร้อง (สิทธิในบัญชีเงินฝาก) 2.สังหาริมทรัพย์ และ 3.ทรัพย์สินทางปัญญา สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญ

ของกฎหมายดังกล่าวในการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจไทย

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือ พบว่า มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 15,259 คำขอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 257,388,038,257  ล้านบาท โดยทรัพย์สิน 3 ประเภทที่ธุรกิจนำมาใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด คือ 1.สินค้าคงคลัง/วัตถุดิบ 2.รถยนต์  และ 3.สิทธิเรียกร้อง

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top