วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้จัดประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติก ร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองกระทรวง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าร่วม หลังที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ
ทั้งนี้เม็ดพลาสติกถือเป็นสินค้าต้นทางสำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท ทั้งบรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค จำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยการกำหนดมาตรการจะพิจารณาอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ และมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แนวทางบริหารจัดการจะเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การกำหนดสินค้าเป้าหมาย (Focus Items) เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และถุงพลาสติก เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับค่าครองชีพของประชาชนอย่างตรงจุด
2. การใช้วัสดุทดแทน รวมถึงหารือผู้ประกอบการในการ Simplify SKU (Stock Keeping Unit) ทำให้รายการสินค้าเรียบง่ายขึ้นลดความซับซ้อน และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ (Redesign) ในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
3.ด้านความยั่งยืน (Sustainability) มองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียงร้อยละ 20–25 เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการคัดแยกขยะและการนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังควรปรับพฤติกรรมผู้บริโภคลดการใช้พลาสติก และจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการรองรับภาวะขาดแคลน ดูแลต้นทุนและราคาที่เหมาะสมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมใช้เป็นโอกาสในการลดการใช้พลาสติกและลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกำหนดมาตรการทั้งระยะสั้น กลาง และยาว รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และป้องกันการกักตุนสินค้า
ขณะเดียวกัน นางศุภจียังกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงอิหร่านชั่วคราว 2 สัปดาห์ว่า เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยให้สถานการณ์ด้านการขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการบริหารจัดการสินค้าควบคุมของไทย โดยขณะนี้ยังต้องติดตามสต๊อกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สินค้าจำเป็นมีเพียงพอและราคาเหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งหารือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อจัดตั้งกลไกเฉพาะกิจ (Task Force) ในการรับมือวิกฤตเม็ดพลาสติกอย่างเป็นระบบต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตสินค้า ตั้งแต่เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติก กำลังทวีความรุนแรง หลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบในประเทศเริ่มลดลงและหาได้ยากมากขึ้น ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเชิญจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมหารือเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการปัญหา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและลดผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติจัดตั้งคณะทำงานร่วมหลายหน่วยงานประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำงานเชิงรุกกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกอย่างใกล้ชิด โดยภารกิจหลักของคณะทำงานชุดนี้ คือ การ ฝเจาะข้อมูลเชิงลึก ครอบคลุม อาทิ โครงสร้างต้นทุนการผลิตที่แท้จริง, ปริมาณสต็อกเม็ดพลาสติกในระบบ และพฤติกรรมการกระจายสินค้าและราคาจำหน่าย โดยเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการปรับขึ้นราคา และป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน
อย่างไรก็ตาม วิกฤติครั้งนี้สะท้อนจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่ยังพึ่งพาวัตถุดิบใหม่จากต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งที่ประเทศไทยมีขยะพลาสติกจำนวนมาก โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เพียง 25% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มี
“ครั้งนี้ คือโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน โดยผลักดันการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลใช้ทดแทนวัตถุดิบใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มความมั่นคงด้านอุตสาหกรรมในระยะยาว การรีไซเคิลคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม” นายวราวุธกล่าว
นายวราวุธ กล่าวว่า หากสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอและมีต้นทุนเหมาะสม จะช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมค่าครองชีพของประชาชน อย่างไรก็ตามคณะทำงานจะเร่งหารือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งด้านการผลิต การนำเข้า การกระจายสินค้า และการกำกับดูแลราคาอย่างเป็นระบบ
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี