533.jpg
ฮุนได มอเตอร์ เปิดตัวแคมเปญ ‘Forests Without Names’ ตั้งชื่อป่าใต้ทะเลทั่วโลก

ฮุนได มอเตอร์ เปิดตัวแคมเปญ ‘Forests Without Names’ ตั้งชื่อป่าใต้ทะเลทั่วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.29 น.

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “Forests Without Names”  เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม ในช่วงเดือนแห่งการคุ้มครองโลก (Earth Month) ในเดือนเมษายนนี้ มุ่งเน้นการตั้งชื่อให้กับ “ป่าใต้ทะเล” ทั่วโลก ควบคู่กับการยกระดับการรับรู้ถึงความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเลต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

“บริษัท ฮุนได มอเตอร์  ให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระบบนิเวศบนบกและทางทะเล ผ่านแคมเปญ ‘Forests Without Names’ เราต้องการทำให้ป่าใต้ทะเลซึ่งมักไม่เป็นที่รู้จัก ได้รับการมองเห็นมากขึ้น พร้อมสะท้อนคุณค่าและความสำคัญของการดูแลท้องทะเลของเรา เราภูมิใจที่ได้นำเรื่องราวนี้ มานำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์ เพื่อจุดประกายความสนใจต่อสิ่งที่เคยถูกมองข้าม และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาเพิ่งได้รู้จัก เราจะยังคงเดินหน้าผลักดันความพยายามด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย ฮยอนชอล จอน หัวหน้ากลุ่มธุรกิจอนาคตและความยั่งยืน บริษัท ฮุนได มอเตอร์

 

ป่าใต้ทะเลคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

“ป่าใต้ทะเล” คือ ระบบนิเวศใต้น้ำที่เกิดจากการรวมตัวหนาแน่นของสาหร่ายทะเล เช่น เคลป์และสาหร่ายชนิดต่างๆ ทำหน้าที่ไม่ต่างจากป่าบนบก ทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ช่วยกรองมลพิษในน้ำ และเป็นฐานสำคัญของความหลาก หลายทางชีวภาพบริเวณชายฝั่ง

ในช่วงปี 2568 ประเด็นบทบาทของสาหร่ายทะเลต่อการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระดับโลก โดยเฉพาะจากเวที IPCC ครั้งที่ 63 ณ กรุงลิมา ที่มีการหยิบยกแนวทางศึกษาการนำสาหร่ายทะเลเข้าสู่ระบบการ คำนวณคาร์บอนในอนาคต สะท้อนศักยภาพของ “ป่าใต้ทะเล” ในฐานะอีกหนึ่งกลไกธรรมชาติที่อาจช่วยลดผลกระทบจาก โลกร้อนได้ในระยะยาว

 

ทำไม “ฮุนได” ต้องตั้งชื่อป่าใต้ทะเล

แม้ป่าบนบกหลายแห่ง จะเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่ “ป่าใต้ทะเล” จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ขาดการรับรู้ในวงกว้าง และอาจถูกมองข้ามในมิติของการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จึงเดินหน้าแก้โจทย์นี้ ผ่านแคมเปญที่มุ่งสร้าง “ตัวตน” ให้กับระบบนิเวศใต้ทะเล ด้วยการตั้งชื่ออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้เกิดการรับรู้และนำไปสู่การดูแลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ชื่อที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกบรรจุลงในแผนที่ Sea Forest Map ของโครงการ โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มแผนที่ระดับโลก รวมถึง Kakao Map เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ฮุนไดยังเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการโหวตตั้งชื่อ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม จากการ “รับรู้” สู่การ “มีส่วนร่วม” ของสังคมในวงกว้าง

 

แคมเปญ ‘Forests Without Names’ ทำงานอย่างไร

แคมเปญนี้ต่อยอดจากแนวคิดการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท ฮุนได มอเตอร์  ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะโครงการ ‘Tree Correspondents’ ที่คว้ารางวัลจากเวที Cannes Lions ในปี 2568 ซึ่งนำเทคโนโลยี AI มาช่วยถ่ายทอดเสียงของต้นไม้ เพื่อสะท้อนความสำคัญของการดูแลป่าไม้

สำหรับ ‘Forests Without Names’ ถือเป็นการขยายแนวคิดดังกล่าวจากระบบนิเวศบนบก สู่การให้ความสำคัญกับ “ระบบนิเวศทางทะเล” มากยิ่งขึ้น ผ่าน 3 แนวทางหลักในการขับเคลื่อนโครงการ:

  • ตั้งชื่อป่าใต้ทะเล 3 แห่งทั่วโลก
  1. เกาหลีใต้: หนึ่งในสองพื้นที่ป่าใต้ทะเลที่ได้รับการฟื้นฟูในเมืองอุลซาน ถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Ullim” ซึ่งเป็นคำภาษาเกาหลีที่สื่อถึง “แรงสั่นสะเทือน” หรือ “เสียงสะท้อน” โดยดำเนินการตั้งชื่อร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงมหาสมุทรและการประมง และ Korea Fisheries Resources Agency (FIRA)
  2. อาร์เจนตินา: ฮุนไดกำหนดชื่อป่าใต้ทะเลว่า “Auken Aiken” ซึ่งมีความหมายว่า “ผืนดินแห่งชีวิต” ในภาษาท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือกับองค์กรด้านทะเลและชุมชนในพื้นที่
  3. ออสเตรเลีย: ชื่อสุดท้ายจะมาจากกระบวนการโหวตของประชาชน ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียระดับโลกและเว็บไซต์แคมเปญของ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ โดยรายชื่อที่เข้ารอบได้รับการคัดเลือกจากความร่วมมือกับองค์กรและชุมชนท้องถิ่น
  • ดำเนินการลงทะเบียนพื้นที่ป่าใต้ทะเลผ่านเว็บไซต์ของแคมเปญ ควบคู่กับการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์มแผนที่ เช่น Kakao Map โดยมีเป้าหมายขยายสู่แพลตฟอร์มแผนที่ระดับโลกในอนาคต
  • ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐของเกาหลี องค์กรไม่แสวงหากำไร (NGOs) และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินงานมีความน่าเชื่อถือในเชิงวิชาการ และนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เว็บไซต์ของแคมเปญจะถูกพัฒนาต่อยอดสู่การเป็น “ศูนย์กลางข้อมูลป่าใต้ทะเลระดับโลก” (Sea Forest Data Hub) โดยรวบรวมข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ทั้งด้านพิกัดพื้นที่ ลักษณะของระบบนิเวศ และกิจกรรมการฟื้นฟู การเปิดให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ในวงกว้าง สะท้อนเป้าหมายของ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ในการสร้างหนึ่งในฐานข้อมูลเปิดเกี่ยวกับป่าใต้ทะเลที่ครอบคลุมมากที่สุดในระดับโลก เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การวิจัย และการดูแลทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว

ก่อนหน้านี้ ฮุนได มอเตอร์ได้เดินหน้าโครงการฟื้นฟูป่าใต้ทะเล ในเมืองอุลซาน ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงมหาสมุทรและการประมง Korea Fisheries Resources Agency และเทศบาลเมืองอุลซาน โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ราว 3.96 ตารางกิโลเมตร และคาดว่าจะสามารถช่วยดูดซับคาร์บอนได้ประมาณ 1,300 ตัน CO₂ ต่อปี ผ่านแนวทางฟื้นฟูระบบนิเวศหลากหลายรูปแบบ เช่น การปลูกและย้ายสาหร่าย การกระจายสปอร์ การติดตั้งโครงสร้างใต้น้ำ การสนับสนุนการขยายพันธุ์ของสายพันธุ์ท้องถิ่น รวมถึงการทำความสะอาดพื้นทะเล

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2564 บริษัท ฮุนได มอเตอร์ได้ดำเนินโครงการเก็บขยะทะเลอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ Healthy Seas ครอบคลุมพื้นที่ในยุโรป เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ความร่วมมือดังกล่าวสามารถเก็บขยะทะเลได้รวมกว่า 320 ตัน โดยเฉพาะอวนประมงที่ถูกทิ้ง ซึ่งถูกนำกลับมารีไซเคิล เป็นเส้นใยไนลอน ECONYL® เพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุภายในรถยนต์ อาทิ พรมปูพื้นในรุ่น Hyundai IONIQ 5, Hyundai IONIQ 6, Hyundai SANTA FE และ Hyundai NEXO ที่จำหน่ายในยุโรป สะท้อนแนวทางการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top