วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
‘ไชยชนก’ลุยวาระเร่งด่วน วางตัว‘ดีอี’เชื่อม-ดึงคนเข้าระบบ ส่ง‘ไทยช่วยไทยพลัส’ตรงเป้าในภาวะค่าครองชีพสูง พร้อมแบ่งงาน‘รมช.ดีอี’คนแรกของประเทศ
16 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เปิดเผยภายหลังแถลงนโยบายขับเคลื่อนกระทรวงดีอี ว่า กระทรวงดีอีได้วางนโยบายที่จะเห็นเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วน 2 เรื่องหลัก คือ 1.การเชื่อมข้อมูล ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน และ 2.ดีอีจะเป็นเครื่องมือในการนำสวัสดิการไปสู่ประชาชน ซึ่งจะเห็นได้ภายในปีนี้ คือ ตัวเชื่อมหน่วยงานภาครัฐและประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้การส่งต่อสวัสดิการและนโยบายแก้ปัญหาวิกฤตต่างๆเป็นไปอย่างแม่นยำและโปร่งใส
“ดีอีจะเร่งดึงประชาชนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาตรการช่วยเหลือภายใต้แนวคิด “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่งถึงมือประชาชนได้รวดเร็ว ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2569 จะต้องเริ่มเห็นโครงสร้างหลักที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานด้านสังคม และหน่วยงานด้านการคลังเข้าด้วยกัน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น การติดตามเลขหมาย 13 หลัก และการติดตามทะเบียนรถ กระทรวงดีอีจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้รัฐสามารถนำระบบเทคโนโลยีการติดตั้งเพื่อใช้งานได้ตามเป้าหมาย” รมว.ดีอี กล่าว
รมว.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอีเตรียมบูรณาการหน่วยงานหลัก โดยดึงสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA เข้ามาเสริมทัพ จากเดิมที่อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาสังกัดกระทรวงดีอีในเร็วๆนี้ โดยให้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นกลไกหลักในการประมวลผลและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน มุ่งเพิ่มจำนวนประชาชนในระบบแอปพลิเคชันจากปัจจุบัน 30 ล้านคน ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อลดปัญหาคนตกหล่นนอกระบบสวัสดิการ
นายไชยชนก กล่าวว่า ได้แบ่งงานให้กับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะ รมช.ดีอี เพื่อกำกับดูแลหน่วยงานสำคัญด้านโครงสร้างข้อมูลและเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่ 1.สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) 2.สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) 3.บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (NT) 4.บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) และ5.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนตนจะกำกับดูแล รับผิดชอบหน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี , สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ , กรมอุตุนิยมวิทยา , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) } สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI)
“การจัดทัพดังกล่าวสะท้อนบทบาทใหม่ของกระทรวงดีอี ที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ และเป็นกระทรวงที่เป็น “กระดูกสันหลัง” ของประเทศ ที่เห็นได้ชัดว่าขณะนี้กระทรวงดีอีเป็นกระทรวงเกรด A เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริงในยุคเศรษฐกิจผันผวน ส่วนตำแหน่งเลขารมว.และ ที่ปรึกษากำลัง หาอยู่ ยังหาที่เหมาะสม 100% ไม่ได้” รมว.ดีอี กล่าว
สำหรับตำแหน่ง “รัฐมนตรีช่วย” ของกระทรวงดีอี ถือเป็นตำแหน่งแรกของกระทรวงดีอีและของประเทศ ที่ตั้งขึ้น นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกระทรวงไอซีทีเดิม เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 และเปลี่ยนเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( ดีอี) ในปี 2559 จนถึงปัจจุบัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี