วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
‘เอกนัฏ’ลุยปรับโครงสร้างไฟทั้งระบบ เดินหน้าหั่นค่าเอฟทีกดค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.50 บาทต่อหน่วย ปรับโครงสร้างใหม่ 3 กลุ่ม เริ่มรอบบิล มิ.ย.69
27 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ว่า จาการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า พบว่าขณะนี้ปัญหาหนักที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าโดยรวมของประชาชนสูงขึ้น คือ การแบกภาระการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่ปัจจุบันมีการต่อสัญญาอัตโนมัติกว่า 4,000 เมกะวัตต์ ในอัตราค่าไฟฟ้า ประมาณ 3-5 บาทต่อหน่วย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของกำลังผลิตไฟฟ้า หรือเป็นภาระส่งผ่านต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) ประมาณ 20 สตางค์ต่อหน่วย
ล่าสุดได้เรียกทีมงานมาหารือในเรื่องนี้ และเตรียมยกเลิกสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนดังกล่าว หากไม่สามารถเจรจาปรับลดค่าไฟฟ้าลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฯ ไม่ควรเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนเชื้อเพลิงไบโอแมส ก็ต้องมาเจรจาราคาที่เหมาะสม ซึ่งผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่มนี้ถือว่ามีการผลิตไฟฟ้าขายให้กับรัฐคืนทุนไปนานแล้ว และปัจจุบันสถานการณ์ต้นทุนราคาพลังงานเปลี่ยนไปจากอดีตจึงควรปรับราคารับซื้อให้เป็นธรรม
“หากเจรจากันไม่รู้เรื่องก็ยินดีให้ภาคเอกชนฟ้องร้องดำเนินคดีกับรัฐได้ ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงพลังงานก็ได้หารือกับสำนักงานอัยการฯ เพื่อพิจารณาข้อมูลในเรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่า หากสามารถแก้ไขปัญหาในส่วนของแอดเดอร์กลุ่มนี้ได้จะช่วยประหยัดต้นทุนค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วยโดยเรื่องนี้เหมือนกรณีโรงกลั่นฯ คุณไม่ได้ขาดทุน แต่อาจเป็นการขาดทุนกำไร ก็ต้องปรับสู่สภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งจะปล่อยให้ค่าไฟแพงไม่ได้” นายเอกนัฏ กล่าว
ส่วนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน ตั้งเป้าหมายจะเริ่มดำเนินการในรอบบิลเดือน มิ.ย.2569 เบื้องต้นแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้
1.) ผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์ 23.2 ล้านครัวเรือน (กลุ่มน้อยกว่า 200 หน่วย 15.4 ล้านครัวเรือน, กลุ่มใช้มากกว่า 200 หน่วย 7.8 ล้านครัวเรือน จะมีอัตราค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
2.) ผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 200 – 400 หน่วย ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์ 4.6 ล้านครัวเรือน จะได้รับอัตราค่าไฟฟ้า 3.95 บาทต่อหน่วย (อัตราปกติ)
3.) ผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 401 หน่วยขึ้นไป ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์ 3.2 ล้านครัวเรือน รอปรับอัตราใหม่ และแนะนำให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก จะได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง คือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ส่วนผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 200- 400 หน่วย จะได้ใช้ไฟฟ้าในอัตราปกติ หรือถูกลงเล็กน้อย เพราะช่วง 200 หน่วยแรกได้ใช้ไฟถูกลงไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เมื่อนำมาคำนวณค่าไฟฟ้าก็อาจเฉลี่ยให้ค่าไฟรวมถูกลงได้ ส่วนผู้ที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป จะเป็นการปรับอัตราใหม่แบบขั้นบันได ที่อัตราเดิมจะจ่ายอยู่ที่ 4.50 บาทต่อหน่วย จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 บาท เป็นต้องจ่ายกว่า 5 บาทต่อหน่วย ฉะนั้นถ้าเกิน 400 หน่วยไม่มากก็ยังถือว่าค่าไฟยังเป็นอัตราปกติ ในส่วนของผู้ที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 480 -500 หน่วยขึ้นไป รัฐบาลแนะนำให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยหากไม่มีงบประมาณติดตั้ง ภาครัฐจะหาสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดให้
“โครงสร้างค่าไฟฟ้าของไทยแบบขั้นบันไดเดิมใช้มากว่า 20 ปีแล้ว ไม่เคยปรับ จึงไม่สะท้อนว่า คนใช้ไฟฟ้าน้อยก็ควรต้องได้รับค่าไฟในราคาที่ถูก คนใช้เยอะก็ควรต้องจ่ายแพง เพราะกลุ่มคนที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ทำให้ประเทศต้องใช้ก๊าซฯผลิตไฟฟ้าสูงกว่า 60% ของเชื้อเพลิง และต้องนำเข้า LNG ราว 30% จากต่างประเทศ ที่บางช่วงเจอวิกฤติจะมีต้นทุนแพง ฉะนั้น หากลดการนำเข้า LNG ลงได้ 5-10% เหลือนำเข้าสัดส่วนเพียง 20% ก็จะช่วยลดต้นทุนค่าFt ลงได้ราว 10 สตางค์ต่อหน่วย” นายเอกนัฏ กล่าว
นอกจากนี้กระทรวงพลังงานกำลังหาแนวทางปรับลดต้นทุนค่าไฟฟ้าปัจจุบัน ที่งวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม มีอัตราเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ปรับขึ้นจากงวดเดือนมกราคม - เมษายน ที่มีอัตราเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย จากต้นทุนค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น 7 สตางค์ต่อหน่วย ตามผลกระทบต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติตะวันออกกลาง โดยจะหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เช่น อาจจะของบกลาง, เงินของการไฟฟ้าฯ และ เงินชอร์ตฟอล (Shortfall) หรือ ส่วนต่างต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าที่ประมาณการไว้จาก ปตท. ทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าต้องไปนำเข้า LNG เข้ามาใช้แทน โดยคาดหวังว่าจะนำเงินในส่วนนี้มาลดต้นทุนค่าFt ในส่วนการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก และตั้งเป้าหมายให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจาก 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือประมาณ 3.50 บาทต่อหน่วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี