วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
จับกระแสพลังงาน : 28 เมษายน 2569
**บมจ.ไทยออยล์....รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (27 เม.ย.-1 พ.ค. 69)…ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูงจากการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ โดยสหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซห้ามเรือเข้าออกท่าเรือของอิหร่าน อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจาตราบใดที่การปิดล้อมยังดำเนินอยู่ ขณะเดียวกันสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคมีสัญญาณผ่อนคลายบางส่วนจากการที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันยังคงกดดันตลาดโลก โดยสหรัฐฯ เร่งส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เอเชียลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี และโรงกลั่นในเอเชียปรับลดกำลังการกลั่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง…
** บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)...เดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศได้ตามแผน โดยตั้งเป้าหมายที่จะได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2537… จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 4,654 เมกะวัตต์...ซึ่งที่ประเทศเกาหลีใต้มีโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา กำลังการผลิต 365 เมกะวัตต์ ลงทุนโดย Nakwol Blueheart Co., Ltd…..ญี่ปุ่น มีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว คือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Lohas ECE Spain Gifu Co., Ltd. ในจังหวัด กิฟุ กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Odakura Kuchinashi Solar Park LCC ที่จังหวัด ฟุกุชิมะ กำลังการผลิต 14 เมกะวัตต์ ....สหรัฐอเมริกา มีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Malacha Hydro Limited กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ New England Reliable Hydropower Holdings LLC กำลังการผลิต 406 เมกะวัตต์ ที่รัฐเมนและรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจของการลงทุนคือ การเป็นโครงการที่ไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดการขายไฟฟ้า ไม่มีคู่แข่งรายใหม่ มีพันธมิตรที่มั่นคง สามารถขยายการลงทุนร่วมกันได้...ฟิลิปปินส์ มีโครงการที่ประสบความสำเร็จไปแล้วกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 65 เมกะวัตต์ โดยได้รับอนุมัติการส่งเสริมค่าไฟ feed in tariff ระยะยาวแล้ว และกำลังได้รับโอกาสขยายการลงทุนเพิ่มเติม ข้อดีของฟิลิปปินส์คือการเปิดให้ต่างชาติถือหุ้นได้100% …ออสเตรเลีย ถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านพลังงานทดแทนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่ง BGRIM มีการขยายการลงทุนกับพันธมิตร โดยกำลังพิจารณาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมบวกระบบกักเก็บพลังงาน ทั้งแบบที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA และแบบการแข่งขันขายเข้าระบบส่ง ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 3 ปีนี้จะมีความชัดเจน…มาเลเซีย มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการแล้ว 5 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 200-250 เมกะวัตต์ และยังมีอยู่ในมือที่กำลังพิจารณาอีก 600-800 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าไอพีพีที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ขนาดใหญ่ 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งการดำเนินการเป็น 2 เฟส เฟสละ 750 เมกะวัตต์ โดยมาเลเซียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ โดย BGRIM วางแผนให้บรรลุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 2-3 ปีข้างหน้านี้...โดยเป้าหมายการขยายการลงทุนในต่างประเทศ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4 แสนล้านบาท โดยเป็นส่วนที่ BGRIM จะต้องลงทุนตามสัดส่วนหุ้นประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 2 ใน 3 ของเงินลงทุนจะมาจากรายได้ผลประกอบการ และส่วนที่เหลืออีก 1 ใน 3 จะมาจากส่วนของเงินกู้...
** การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการบูรณาการการใช้บริการแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ และการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพพื้นที่ตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้จัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชน...สำหรับความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมแลกเปลี่ยน เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลระหว่างกันในรูปแบบดิจิทัล เป็นระยะเวลา 5 ปี (2569- 2574) ได้แก่ ข้อมูลแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) และข้อมูลการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชนของ สคทช. รวมถึงข้อมูลแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าแรงสูง ขอบเขตเขื่อน และโรงไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อใช้ในการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้สำเร็จลุล่วง นอกจากนี้ กฟผ. จะสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในพื้นที่ที่ คทช. ได้จัดสรรให้ชุมชน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบ กฟผ. และพื้นที่เป้าหมายตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และกิจกรรมเพื่อสังคมของ กฟผ. ...
**ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (WP) ผู้นำธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ "เวิลด์แก๊ส" มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานปี 2568 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.30 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569…ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในปี 2568 มีรายได้รวม 17,546 ล้านบาท กำไรสุทธิ 154 ล้านบาท ยอดขายก๊าซ LPG อยู่ที่ 763,212 ตัน...สำหรับปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายก๊าซ LPG แตะที่ระดับ 770,000 ตัน โดยเน้นยอดขายจากกลุ่มภาคครัวเรือนในประเทศเป็นหลัก และปรับแผนกลยุทธ์ด้านบริการ...นอกจากนี้ยังตั้งงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ...**
** กระบองเพชร**
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี