วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทยคนใหม่ (คนที่ 14) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 มีแนวโน้ม “ทรงตัวในระดับต่ำ” ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ดันราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างให้สูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้างที่เริ่มชะลอการเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ เนื่องจากไม่สามารถรับความเสี่ยงของสัญญาแบบราคาคงที่ (Fixed Price) ได้ ส่งผลให้กระบวนการประมูล (Bidding) ในหลายโครงการ “ชะงักตัว” และเริ่มเห็นสัญญาณการเลื่อนเปิดโครงการใหม่ในวงกว้าง
“ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคยังชะลอการตัดสินใจซื้อจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่มั่นใจในรายได้ ทำให้เกิดแรงกดดัน 2 ด้าน ทั้งต้นทุนและดีมานด์ ซึ่งเริ่มกระทบสภาพคล่องของธุรกิจในห่วงโซ่ทั้งหมด”นายปิติพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้แม้ตลาดในช่วงไตรมาส 2/2569 จะมีแรงเร่งจากมาตรการรัฐเดิมที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน แต่ปัจจัยดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียง “แรงเร่งระยะสั้น” โดยปัจจัยบวกหลักที่ยังพยุงตลาดคืออัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
อย่างไรก็ตามสมาคมฯมองว่าหากไม่มีมาตรการต่อเนื่อง ตลาดอสังหาฯอาจเผชิญภาวะชะลอตัวรุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน ได้แก่ การขยายเพดานลดค่าธรรมเนียมการโอนให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยระดับราคาสูงขึ้น การผ่อนปรนเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ต่อเนื่อง รวมถึงการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิด “รวมหนี้” เพื่อช่วยลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ในระดับสูง โดยเปิดทางให้ลูกค้านำภาระหนี้เดิม เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อรถยนต์ มารวมในสินเชื่อบ้านที่มีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ไทยกลับเริ่มเห็น “โอกาสใหม่” จากกระแสเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนระดับ Ultra-Luxury จากตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย ที่เริ่มมองไทยเป็น “Safe Haven” สำหรับการลงทุนอสังหาฯและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมีแนวโน้มเชื่อมโยงกับโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งอาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญต่อดีมานด์ในระยะกลางและระยะยาว
ในขณะเดียวกันสมาคมฯยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะกระบวนการอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ยังขาดมาตรฐานเดียวกัน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและเพิ่มต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ
“ภาคอสังหาฯถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนต่อ GDP ประมาณ 8-10% หากภาคส่วนนี้ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมในวงกว้าง เวลานี้ไม่ใช่แค่การกระตุ้นยอดขาย แต่เป็นการประคองระบบทั้งอุตสาหกรรม หากไม่เร่งออกมาตรการที่ตรงจุด อาจเห็นผลกระทบเชิงโครงสร้างในระยะยาวได้”นายปิติพัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี