วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
‘สรรเพชญ’มอบ 6 นโยบาย‘การท่าเรือ’ ปักธงผลักดัน Smart & Green Port
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี พร้อมบูรณาการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ มุ่งสู่การเป็นท่าเรือสีเขียวที่เติบโตเคียงคู่ชุมชน โดยมีว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. , ผู้บริหาร , พนักงาน กทท. ร่วมต้อนรับ
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การท่าเรือฯ เป็นหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง 1 ใน 4 นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมคือมุ่งพัฒนาระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต และที่ผ่านมาการท่าเรือฯ ได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็นท่าเรือระดับสากลและศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาค ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมและสามารถผลักดันภารกิจสำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมจึงขอมอบนโยบายในการดำเนินงาน 6 ด้านสำคัญ ดังนี้
1.โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ มุ่งพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือให้รองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งรัดโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยเฉพาะการหาข้อสรุปแนวทางดำเนินงานท่าเทียบเรือ F1 และ F2 ซึ่งกำหนดเป็นภารกิจเร่งด่วน รวมถึงการพัฒนาโครงการท่าเรืออัตโนมัติที่ท่าเรือกรุงเทพ การบริหารจัดการพื้นที่ลานวางตู้สินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการยกระดับศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนของท่าเรือภูมิภาค ให้ศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาท่าเรือระนอง เพื่อพัฒนาสู่ประตูการค้าหลักฝั่งทะเลอันดามัน เชื่อมโยงการขนส่งไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการและการให้บริการของท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือเชียงของเพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
2.เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และการขนส่งทั้งระบบ เร่งเชื่อมโยงระบบการขนส่งของประเทศทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ อย่างไร้รอยต่อ ผ่านการพัฒนาระบบ Multimodal และการปรับรูปแบบการขนส่ง (Shift Mode) พร้อมเร่งรัดโครงการเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพกับทางพิเศษสายบางนา–อาจณรงค์ (S1) โดยเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดปัญหาจราจร รวมถึงผลักดันการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ในพื้นที่ที่ศึกษาไว้แล้วให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางราง โดยดำเนินการร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและเร่งการบริหารจัดการ SRTO ทั้งด้านระบบ เครื่องมือ และพื้นที่ เพื่อรองรับความต้องการขนส่งทางรางที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนวางแผนพัฒนาระบบรางให้สอดรับกับโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 อย่างเป็นระบบ
3.การบริหารจัดการท่าเรือด้วยเทคโนโลยี เร่งยกระดับการบริหารจัดการท่าเรือด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Port โดยผลักดันการพัฒนาระบบ PCS (Port Community System) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับการปรับปรุงระบบ Truck Queue ให้มีเสถียรภาพและสะดวกต่อการใช้งาน
4.แก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่และการบูรณาการหน่วยงาน เร่งแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ท่าเรือหลักทั้งท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพ พร้อมนำเทคโนโลยีและเครื่องมือมาใช้ในการจำลองสถานการณ์จราจรและคิวรถบรรทุก (Truck Queue) เพื่อทดสอบมาตรการก่อนนำไปปฏิบัติจริง รวมถึงเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้เชื่อมโยงกัน และจัดหาพื้นที่รองรับรถบรรทุก (Buffer Zone) เพื่อลดความแออัดของการจราจรบนถนนหลัก
5.การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการอยู่ร่วมกับชุมชน กำหนดทิศทางการพัฒนาสู่การเป็น Green Port มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม พร้อมกับการใส่ใจดูแลชุมชนอย่างรอบด้านและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้การพัฒนาท่าเรือเกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
6.การรองรับความผันผวนและการยกระดับศักยภาพองค์กร มุ่งยกระดับศักยภาพองค์กรให้พร้อมรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงรองรับหลายสถานการณ์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง
ทั้งนี้ กทท. ได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการที่สำคัญของ กทท. ทั้ง 5 แห่ง พร้อมรายงานการขับเคลื่อนโครงการ Quick Win อาทิ การเร่งรัดก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 การเร่งแก้ไขปัญหาการจราจร รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง พร้อมนำคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ
“ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า นโยบายการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพจะไม่มีการจัดตั้งกาสิโนอย่างแน่นอน เป้าหมายหลักของกระทรวงคมนาคมคือการยกระดับศักยภาพของท่าเรือให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่ทันสมัย การพัฒนาพื้นที่ต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ การค้า และการขนส่งสินค้าของประเทศ รวมถึงต้องเติบโตไปพร้อมกับเมืองและสังคมอย่างสมดุลและยั่งยืน” นายสรรเพชญ กล่าว
ด้าน ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า การท่าเรือฯ พร้อมรับนโยบายทั้ง 6 ด้านไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะโครงการ Quick Win อย่างการเร่งรัดท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และการแก้ไขปัญหาจราจร เพื่อให้การท่าเรือฯ เป็นฟันเฟืองหลักในการลดต้นทุนโลจิสติกส์และสร้างความมั่นคงมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี