533.jpg
พาณิชย์ลุยปราบนอมินีต่างชาติ เตือนคนไทยที่ช่วยถือหุ้นมีโทษหนัก

พาณิชย์ลุยปราบนอมินีต่างชาติ เตือนคนไทยที่ช่วยถือหุ้นมีโทษหนัก

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย หลังพบคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% ลักลอบดำเนินธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดชัดเจนตามกฎหมาย โดยกรมฯได้นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ในเบื้องต้นพบนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 6,551 ราย โดยขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างการตรวจสอบในเชิงลึก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านภาษี ในการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อป้องกันประเทศเสียหายจากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้


“กรมฯขอย้ำว่าผู้ประกอบธุรกิจหรือนักลงทุนชาวต่างชาติ หากต้องการเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด เพราะหากมีการกระทำผิดกฎหมาย จะมีโทษทั้งจำคุกและปรับ โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดหรือมิได้ป้องกันเกินสมควรไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 -1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายพูนพงษ์ กล่าว

โดย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไว้ “3 บัญชีท้าย” เพื่อบ่งชี้สถานะการประกอบธุรกิจที่ชาวต่างชาติสามารถดำเนินการในไทย ประกอบด้วยบัญชีที่ 1 “ห้ามชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด” บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่ห้ามชาวต่างชาติประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พี้นฐานของคนไทย และสงวนไว้สำหรับคนไทย อาทิ การทำนา ทำสวน ทำไร่ การทำประมงในน่านน้ำไทย การทำไม้จากป่าธรรมชาติ การค้าขายที่ดิน 

บัญชีที่ 2 “เกี่ยวข้องกับกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ” บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับสำคัญ ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคง (เช่น อาวุธ) ธุรกิจคมนาคม ขนส่ง ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ

บัญชีที่ 3 “คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันต้องขออนุญาต” บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขัน ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อาทิ ธุรกิจบริการ เช่น บัญชี กฎหมาย ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น

สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษทั้งจำคุกและปรับ โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดหรือมิได้ป้องกันเกินสมควรไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

“กรมฯยืนยันจะดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงและเทคโนโลยีวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย และขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โทร.02-5474425 -6 และกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โทร.02-5474400 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th” นายพูนพงษ์ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top