542.jpg
อิสราเอลกร้าว ไม่ถอนทัพจากเลบานอน เมินแรงกดดันสหรัฐฯ ป่วนข้อตกลงอิหร่าน-สหรัฐ

อิสราเอลกร้าว ไม่ถอนทัพจากเลบานอน เมินแรงกดดันสหรัฐฯ ป่วนข้อตกลงอิหร่าน-สหรัฐ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.12 น.

25 มิถุนายน 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางส่อเค้าเผชิญทางตันระลอกใหม่ หลังนายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ออกมาประกาศแสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าวว่า กองทัพอิสราเอล (IDF) จะ “ไม่มีวันถอนกำลัง” ออกจากพื้นที่ยึดครองในเลบานอนตอนใต้ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยื่นข้อเสนอหรือกดดันให้ถอนทัพก็ตาม ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและกรุงเตหะราน

นายอิสราเอล คัตซ์ ได้กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการขึ้นเวทีประชุมผู้นำท้องถิ่น (Muni Expo) ในกรุงเทลอาวีฟ โดยระบุชัดเจนว่า อิสราเอลจำเป็นต้องรักษาพื้นที่ที่เรียกว่า “เขตความมั่นคง” (Security Zone) ในเลบานอนตอนใต้เอาไว้เพื่อปกป้องประชาชนทางตอนเหนือของประเทศจากการโจมตีของกลุ่มเฮซบอลลาห์


“เราได้ประกาศไปแล้วว่าอย่างไรก็ตามเราจะไม่ถอนกำลัง และจนถึงวินาทีนี้ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางการทูตของเราด้วยซ้ำ คือยังไม่มีคำสั่งหรือข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ ให้เราถอนตัวออกจากเลบานอน แต่ถึงแม้ในอนาคตสหรัฐฯ จะเรียกร้องให้เราถอนทัพ อิสราเอลก็ยังคงจะปักหลักอยู่ในเขตความมั่นคงนี้ต่อไป” นายคัตซ์ กล่าวเน้นย้ำ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลยังได้ขยายความถึงหลักยุทธศาสตร์การทหารว่า กองทัพจำเป็นต้องตรึงกำลังอยู่ในดินแดนของฝ่ายตรงข้ามเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคาม และจะไม่ยอมให้ชาวเลบานอนพลเรือนพลัดถิ่นราว 200,000 คน เดินทางกลับเข้าพื้นที่ทางตอนใต้ เนื่องจากกังวลว่ากลุ่มติดอาวุธจะแฝงตัวเข้ามาฝังระเบิดและลอบโจมตีทหารอิสราเอลเหมือนในอดีต พร้อมระบุว่าโมเดลการตรึงพื้นที่ความมั่นคงนี้จะถูกใช้ทั้งในเลบานอน, ฉนวนกาซา และซีเรีย

สวนทางเวทีเจรจา — ส่อแววกระทบข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน

คำประกาศของผู้นำกองทัพอิสราเอลในครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่เปราะบางอย่างยิ่ง เนื่องจากคณะผู้แทนจากอิสราเอลและรัฐบาลเลบานอน กำลังอยู่ระหว่างการเจรจารอบที่ 5 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เพื่อหารือเกี่ยวกับ แผนการทยอยถอนทหารอิสราเอล (Phased Withdrawal) และส่งมอบพื้นที่ให้กองทัพรัฐบาลเลบานอน (LAF) เข้ามาดูแลแทน

ยิ่งไปกว่านั้น สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ว่า ท่าทีอันแข็งกร้าวของอิสราเอลกำลังกลายเป็น "ขวากหนามชิ้นโต" ที่อาจทำลายกรอบความตกลงความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่เพิ่งลงนามไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ในภูมิภาคและเปิดทางสู่การเปิดเส้นทางขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากรัฐบาลเตหะราน (อิหร่าน) ถือเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มเฮซบอลลาห์ และยื่นเงื่อนไขสำคัญมาตลอดว่า "การหยุดยิงและการถอนทหารทั้งหมดของอิสราเอลออกจากเลบานอน" คือข้อบังคับขั้นเด็ดขาดในข้อตกลงสันติภาพถาวร หากอิสราเอลปฏิเสธ อิหร่านก็พร้อมที่จะล้มโต๊ะเจรจาได้ทันที

ขณะที่ทางฝั่งทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาแถลงตอบโต้อย่างเป็นทางการต่อท่าที "แข็งขืน" ของพันธมิตรหลักอย่างอิสราเอลในครั้งนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top