วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนพฤษภาคม 2569 มีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,470-1,545 จุด จากปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลางบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทิศทางดอกเบี้ย แต่ยังมีปัจจัยหนุนในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส" ที่สนับสนุนให้ธปท.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 สู่ระดับ 2.1% แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่รับประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ชู CPAXT, BJC, TNP, MOTHER น่าลงทุน
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคมนี้ มีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยให้กรอบดัชนีไว้ที่ 1,470 - 1,545 จุด โดยยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการปะทะกันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลต่อความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ท่ามกลางความผันผวนนี้ ประเทศไทยกลับกลายเป็น "หลุมหลบภัย" ที่น่าสนใจ ล่าสุด มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่มีความพร้อมมากกว่าหลายประเทศในการรับมือกับภาวะช็อกของเศรษฐกิจโลกในอนาคตซึ่งสะท้อนถึงการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ สอดคล้องกับการปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ใหม่ของ ธปท. หลังจากรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยประเมิน GDP ปี 2569 ขยายตัวเพิ่ม 0.6% เป็น 2.1% จากคาดเดิม 1.5% และปี 2570 คาด GDP ขยายตัว 1.6% ลดจาก 2% เนื่องจากฐานที่สูงในปีนี้
นอกจากนี้ตลาดหุ้นโลกยังมีแรงส่งจากฝั่งวอลล์สตรีท โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี AI ที่ดันกำไรบริษัทในดัชนี S&P500 พุ่งสูงที่สุดในรอบหลายปี รวมถึงอานิสงส์ทางอ้อมจากคำตัดสินของศาลการค้าสหรัฐฯ ที่ทำให้ภาษีนำเข้าบางส่วนเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นผลบวกต่อภาพรวมการค้าโลก
ส่วนปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาภายในประเทศในเดือนนี้ อาทิ วันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่บริษัทจดทะเบียนต้องส่งงบการเงินไตรมาส 1/2569 ตัวเลขผลประกอบการจะเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางตลาดทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งในสัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเตรียมแถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมอัพเดตสถานการณ์ลงทุน ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและหอการค้าไทย ส่วนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนมุมมองจากทั้งนักลงทุน ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ และวันที่ 18 พฤษภาคม สภาพัฒน์จะประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและการกำหนดนโยบายในอนาคต ส่วนสัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. จะเปิดเผยยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกและการจ้างงาน ในวันที่ 29 พฤษภาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย เพื่อสะท้อนเสถียรภาพและแนวโน้มการเงินของประเทศ และในสัปดาห์สุดท้าย กระทรวงพาณิชย์จะประกาศภาวะการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังและภูมิภาค รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ส่วนสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จะเผยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่กดดันการลงทุนในเดือนนี้ อาทิ วันที่ 11 พฤษภาคม จีนจะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเมษายน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนเมษายน สะท้อนความเคลื่อนไหวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และวันที่ 12 พฤษภาคม ญี่ปุ่นจะรายงานการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมีนาคม พร้อมกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะเผยแพร่รายงาน Summary of Opinions ซึ่งเป็นสัญญาณต่อทิศทางนโยบายการเงิน ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) จะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพฤษภาคม ส่วนสหรัฐฯ จะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมเดือนเมษายน รวมถึงตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายน ส่วนวันที่ 13 พฤษภาคม สหรัฐฯ จะรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเมษายน และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักลงทุนใช้ประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อและทิศทางราคาพลังงาน
ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก มองเห็นโอกาสทองในกลุ่มหุ้นค้าปลีกที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยแนะนำสะสมหุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส อาทิ CPAXT, BJC, TNP และ MOTHER
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี